พ.ค.ส่งออกสะดุด รอฟื้นครึ่งปีหลัง
เดือน พ.ค. ตลาดหดตัวทั้งในประเทศและส่งออก
สภาอุตสาหกรรมรายงานตัวเลขอุตสาหกรรมรถยนต์ในเดือน พ.ค ที่น่าผิดหวัง โดยยอดผลิตรถยนต์อยุ่ที่ 1.37 แสนคันลดลง 8%YoY ซึ่งเป็นการปรับลดลงทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยยอดขายรถเดือน พ.ค ที่ 5.7 หมื่นคัน ติดลบ 18% ซึ่งเป็นการปรับลด YoY เป็นเดือนที่ 25 ติดต่อกัน โดยสาเหตุหลักนอกจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้อำนาจซื้อผู้บริโภคลดลง พบว่าอุปสงค์การบริโภครถยนต์ถูกดึงไปล่วงหน้าจากมาตรการรถคันแรกในช่วง 2 ปีก่อน ในขณะที่ตลาดส่งออกอยู่ที่ 8.9 หมื่นคันปรับลดลง 6%YoY ซึ่งถือว่าติดลบครั้งแรกในรอบปี เนื่องจากเป็นช่วงการเปลี่ยนโมเดลใหม่สำหรับโมเดลกระบะของค่ายรถโตโยต้าที่เตรียมจะออกโมเดลใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง
คาดผลประกอบการ 2Q58 ต่ำสุดของปี รอฟื้น 2H58
เราคาดผลประกอบการงวด 2Q58 ของหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์จะชะลอตัว QoQ นอกจากรับผลกระทบจากฤดูกาล ยังเป็นช่วงเปลี่ยนโมเดลใหม่ของผู้ประกอบการ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมลดลงมาต่ำกว่าไตรมาสก่อนราว 10% อย่างไรก็ตามเราคาดว่าผลประกอบการจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในช่วง 2H58 จากการเปิดตัวโมเดลใหม่หลายรุ่นในช่วง 2H58 ส่งผลให้การผลิตคาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ และการการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ในต้นปี 59 เป็นปัจจัยเร่งให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อมากขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 58 เราคาดกลุ่มยานยนต์ที่เราศึกษา 5 บริษัท (AH , IHL , IRC , SAT และ STANLY) มีกำไรสุทธิเติบโต 11% YoY เป็น 3 พันล้านบาท โดยอิงสมมติฐานยอดผลิตรถยนต์ในปีนี้ที่ 2 ล้านคัน เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 1.2 ล้านคัน และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 8 แสนคัน
ให้น้ำหนัก “เท่าตลาด” ฟื้นตัวช้าๆ เลือก SAT และ IRC เป็นหุ้นเด่น
เราให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มยานยนต์ “เท่ากับตลาด” เรามองว่าผลประกอบการหุ้นกลุ่มยานยนต์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ผลประกอบการจะค่อยๆฟื้นตัว เนื่องจากเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ในระยะยาวเรามีมุมมองเป็นบวกจากโครงการลงทุน อีโคคาร์เฟส 2 ที่มีผู้ผลิตเข้าร่วม 9 ราย ในขณะที่ปัจจัยเสี่ยงของอุตสาหกรรมได้แก่การลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า และปัญหาภัยแล้งที่อาจกระทบต่อกำลังซื้อเกษตรกร ที่อาจทำให้อุปสงค์การบริโภครถยนต์ไม่ฟื้น และยอดผลิตรถยนต์ไม่เป็นไปตามเป้า
เราเลือก SAT (มูลค่าพื้นฐาน 22 บาท) และ IRC (มูลค่าพื้นฐาน 23 บาท) เป็น Top pick ของกลุ่ม โดยทั้งสองบริษัทมีผลประกอบการที่เติบโตดีกว่ากลุ่ม ในขณะที่ราคาหุ้นยัง Underperform ซึ่ง SAT เราคาดผลประกอบการฟื้นตัว ตามอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของประเทศ ซึ่งจะเริ่มกลับมาเติบโตจากฐานการผลิตที่เป็นปกติ และการเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าคูโบต้าที่มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 11% ต่อปี ในช่วงปี 2558 – 2560 ส่วน IRC คาดกำไรสุทธิเติบโตราว 22% YoY โดยประสิทธิภาพในการทำกำไรที่ดีขึ้น จากผลของขนาดยอดขายที่เพิ่มขึ้นทำให้เกิดการประหยัดขนาด และต้นทุนยางซึ่งคิดเป็นวัตถุดิบหลัก คาดราคาปรับลดลงเฉลี่ย 16%YoY จากภาวะราคายางในตลาดซึ่งมีอุปทานส่วนเกินอยู่ สำหรับราคาหุ้นปัจจุบัน SAT และ IRC ซื้อขายที่ P/E 10.3 เท่า และ 9.1 เท่า ตามลำดับ ซึ่งถือว่ายังถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 12 เท่า นอกจากนี้คาด SAT และ IRC ยังให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4% จากราคาปัจจุบัน






