ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังวิกฤตหนี้กรีซยังไร้ข้อสรุป และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปรับตัวลดลง เนื่องจากความกังวลเรื่องปัญหาด้านการเงินของกรีซ การปรับลดลงตามราคาน้ำมันสำเร็จรูป และการขายทำกำไรหลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นในช่วงสองสามวันก่อนหน้า
- นักค้าน้ำมันวิเคราะห์ว่า ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลงคือความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้กรีซ หลังกรีซมีทีท่าว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ ดังนั้นผู้นำกลุ่มยูโรโซนจาก 19 ประเทศจึงมีการประชุมฉุกเฉินเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้กรีซในวันนี้ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม หลังการประชุมรัฐมนตรีคลังยุโรปในวันที่ 18 มิ.ย. ไม่สามารถหาข้อสรุปได้
- ความไม่แน่นอนของวิกฤตหนี้กรีซยังกดดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลดลง โดยดัชนีดาวน์โจนส์ปรับลดลง 99.89 จุด เหลือที่ 18,015.95 จุด นอกจากนี้ยังส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์เทียบเงินสกุลยูโรปรับแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ถือเงินสกุลยูโรมองว่าราคาทองคำและน้ำมันดิบมีราคาแพงขึ้น ดังนั้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้จึงปรับลดลง
- ราคาสัญญาน้ำมันเบนซินและดีเซลล่วงหน้าปรับลดลงกว่า 2% เนื่องจากนักลงทุนมีการขายทำกำไร หลังมองว่าราคาได้ปรับขึ้นในระดับสูงตามความคาดหมาย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลขับขี่ในสหรัฐ โดยเป็นเพียงปัจจัยในระยะสั้น ทั้งนี้ ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงในรอบเกือบ 10 ปี
-/+Baker hughes รายงานจำนวนหลุมขุดเจาะน้ำมันดิบโดยรวมของสหรัฐ รายสัปดาห์ล่าสุดปรับลดลง 4 แหล่ง โดยเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 28 ติดต่อกัน ส่งผลให้จำนวนหลุมขุดเจาะลดลงเหลือ 631 แหล่ง นับเป็นจำนวนที่น้อยสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 53 อย่างไรก็ดี ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ยังอยู่ที่ 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งนับเป็นระดับที่สูงสุดในรอบกว่า 40 ปี นอกจากนี้ ยังคาดว่าบริษัทน้ำมันจะกลับมาดำเนินการขุดเจาะหลังราคาน้ำมันดิบเริ่มขยับมาอยู่ที่ประมาณ 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากการขุดเจาะที่เพิ่มอย่างละหนึ่งแห่งในแหล่ง Persian และ Bakken ในสหรัฐ หลังราคาน้ำมันเริ่มขยับขึ้น
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยปรับลงตามทิศทางราคาสัญญาล่วงหน้าน้ำมันเบนซินของสหรัฐ นอกจากนี้อุปสงค์น้ำมันเบนซินในภูมิภาคปรับลดลง ประกอบกับปริมาณน้ำมันชนิดเบาคงคลังที่สิงคโปร์ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 15% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากตลาดคาดว่าอุปสงค์น้ำมันดีเซลยังคงอ่อนตัว โดยความต้องการนำเข้าจากเวียดนามและศรีลังกายังคงทรงตัว ในขณะที่อุปทานในตลาดยังมีอย่างเพียงพอ หลังโรงกลั่นในภูมิภาคกลับมาดำเนินการ อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำมันชนิดกลางคงคลังที่สิงคโปร์ปรับลดลงเกือบ 13% จากสัปดาห์ก่อนหน้า
ทิศทางราคาน้ำมันดิบ
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 58-63 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61-66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การแก้ไขปัญหาวิกฤติหนี้กรีซที่ยังไม่มีข้อสรุปจะส่งผลกดดันราคาน้ำมันต่อไปหรือไม่ โดยล่าสุดยังไม่มีแนวโน้มว่ากรีซจะสามารถหาเงินมาชำระหนี้งวดล่าสุดให้แก่ IMF ราว 1.6 พันล้านยูโร ได้ทันก่อนเส้นตายที่กำหนดไว้ในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ หลังการเจรจาร่วมระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ล้มเหลวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายยังคงตกลงกันไม่ได้ในเรื่องแผนปฎิรูปของกรีซ การลดเงินบำเน็ญบำนาญและเงินเดือนของข้าราชการ
- การผลิตน้ำมันในลิเบียที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 432,000 บาร์เรลต่อวัน ไปแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน หลังรัฐบาลลิเบียพยายามที่จะกลับมาเปิดดำเนินการแหล่งผลิต El Sharara และ El Feel รวมถึงท่าเรือ Zueitina ใหม่อีกครั้ง ซึ่งอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นนี้อาจส่งผลกดดันราคาน้ำมัน
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นหลายแห่งเพิ่มกำลังผลิตขึ้นเพื่อรองรับความต้องการใช้ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้น ในช่วงฤดูการท่องเที่ยวหน้าร้อนของสหรัฐ ซึ่งจะอยู่ระหว่างเดือน มิ.ย. – ส.ค. ของทุกปี อาจส่งแรงหนุนต่อราคาน้ำมัน
- จับตาทิศทางเศรษฐกิจและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำช่วง 0-0.25% ต่อไป ในการประชุมที่ผ่านมา ขณะที่ FED ส่งสัญญาณว่าอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ โดยมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐ ในปี 2558 ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวที่ราว 1.8%-2.0%
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999






