วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CHG

ขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยที่ล้นโรงพยาบาล

แนวโน้มรายได้ 2H58 เติบโตเพิ่มหลังเปิดพื้นที่รองรับผู้ป่วย

- ผู้บริหารให้ข้อมูลแนวโน้มผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มเติบโตดีต่อเนื่อง (จากไตรมาสแรกที่มีกำไรสุทธิ 133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%YoY) โดยเฉพาะในช่วง 2H58 คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นเนื่องจากการทยอยเปิดพื้นที่ส่วนต่อขยายของโรงพยาบาลจุฬารัตน์สาชาหลัก 3 แห่ง ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถให้การรองรับการให้บริการได้มากขึ้นกว่า 40% จาก 1Q58 ซึ่งอัตราการใช้บริการของผู้ป่วย ที่ 82% ซึ่งถือว่าค่อนข้างหนาแน่นกว่าระดับปกติ ในขณะที่ต้นทุนไม่ได้เพิ่มสูงกว่าครึ่งปีแรกเนื่องจากได้รับบุคลากรรองรับส่วนต่อขยายมาตั้งแต่ปลายปีก่อน ทั้งปีตั้งเป้ารายได้เติบโตราว 15%YoY

- บริษัทมีแผนในการเปิดพื้นที่ส่วนต่อขยายรองรับผู้ป่วยดังนี้ 1) โดยจุฬารัตน์ 11 (ขนาด 48 เตียง) เปิดไปแล้ว 24 เตียง คาดเปิดส่วนที่เหลือใน 3Q58 2) จุฬารัตน์ 9 (ขนาด 39 เตียง) คาดเปิดในช่วง 3Q58 – 4Q58 3) จุฬารัตน์ 3 (ขนาด 55 เตียง) คาดเปิดในช่วง 1H59 โดยปี 58 คาดใช้งบลงทุนราว 550 ล้านบาท งากเงินทุนที่ได้จาก IPO

-บริษัทให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่รัฐมีแนวคิดจะควบคุมราคาค่าบริการรักษาและราคายาของกลุ่มโรงพยาบาลเอกชน ว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้ แต่มองว่าในทางปฏิบัติการการออกหลักเกณฑ์มาบังคับใช้ควบคุมทำได้ยาก และ CHG น่าจะได้รับผลกระทบต่ำ

ผลกระทบ / ความเห็น

- ในปี 58 เราคาดผลประกอบการเติบโตดี โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) จากการเติบโตของชุมชนและขยายตัวของอุตสาหกรรมในเขตกรุงเทพตะวันออก การเปิดพื้นที่ส่วนต่อขยายช่วยลดปัญหาความแออัด จากฐานผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โดยปีนี้คาด Capacity เพิ่มขึ้น 142 เตียง จากปัจจุบัน 414 เตียง เป็น 556 เตียง 2) ฐานผู้ประกันตนโครงการประกันสังคมที่เพิ่มขึ้นราว 8% เป็น 3.6 แสนราย ในขณะที่แนวโน้มการส่งต่อผู้ป่วยโรครุนแรงของโครงการภาครัฐยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งมีโอกาสที่บริษัทจะได้รับค่า RW ต่อหัวเพิ่ม จากการที่บริษัทมีศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง

คำแนะนำ / เหตุผล

- เรามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบกอบการของ CHG ที่คาดเติบโตดีต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ตามแผนในการขยายธุรกิจโรงพยาบาล ในขณะที่ CHG ถือเป็นหุ้นโรงพยาบาลขนาดกลางที่มีประสิทธิภาพในการทำกำไรที่สูงกว่ากลุ่ม โดยอัตรากำไรสุทธิราว 18% เทียบกับกลุ่มโรงพยาบาลที่ราว 14% ในขณะที่ราคาหุ้นซื้อขายที่ P/E สูง 34x แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 37x