กปน. เตือน 30 วันอันตราย หลังฝนตกไม่ตามฤดูกาล ทำให้เกิดสภาวะลิ่มน้ำเค็มรุกสูง หวั่นคนกรุงเจอน้ำประปากร่อย
นายธนศักดิ์ วัฒนะฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ภาวะภัยแล้ง เนื่องจากฝนไม่ตกตามฤดู ส่งผลให้น้ำในเขื่อนลดน้อยลง โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิตติ์ซึ่งถือว่าเป็นเขื่อนหลักที่มีการส่งน้ำลงมายังเขื่อนเจ้าพระยาเพื่อนำมาผลิตน้ำประปาที่เหลือน้ำรวมกันเพียง 1,100 ล้านลูกบากศ์เมตรเท่านั้น ดังนั้นภายใน 1 เดือน หากฝนไม่ตกตามฤดูกาลจะส่งผลให้ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเข้าสู่สภาวะลิ่มน้ำเค็มรุกสูง ซึ่งจะทำให้น้ำประปามีรสชาติกร่อย ประชาชนสามารถรับรู้ได้เมื่อนำน้ำมารับประทาน เพราะกปน.ไม่มีปริมาณน้ำดิบมาไล่ลิ่มความเค็มเพียงพอ เนื่องจากจะต้องมีการดึงน้ำเพื่อไปผลิตน้ำประปา ทั้งนี้ขณะนี้ค่าความเค็มของน้ำประปาอยู่ที่ 0.2-0.3 มิลกรัมต่อลิตร ซึ่งถือว่ายังไม่เข้าสู่ภาวะน้ำเค็ม เพราะค่าความเค็มปกตอจะอยู่ที่ 0.25 มิลลิกรัมต่อลิตร
อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมชลประทานมีการปล่อยน้ำดิบให้ กปน.เพื่อผลิตน้ำประปา และไล่น้ำเค็มอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านลูกบากศ์เมตรต่อวัน อย่างไรก็ตามหากเกิดสถานการณ์น้ำเค็ม กปน.ได้มีการแจ้งเตือนไปยังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ให้ทราบรวม ทั้งได้มีการแจ้งให้ประชาชนรองน้ำประปาในช่วงนี้ไว้สำหรับดื่มด้วย
นายธนศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม กปน.ได้มีการลดกำลังการผลิตน้ำประปาเหลือประมาณ 3.5-3.5 ล้านลูกบากศ์เมตรต่อวัน จากปกติ กปน.จะผลิตน้ำประปาอยู่ที่วันละ 3.9 ลูกบากศ์เมตร หรือลดประมาณร้อยละ 10 รวมทั้งยังมีการลดอัตรากำลังการปล่อยน้ำเพื่อแจกจ่ายประชาชนใช้ในช่วงเวลากลางคืน แต่หากเป็นช่วงเช้า และเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่มีประชาชนใช้น้ำเป็นจำนวนมาก กปน.ก็ยังคงจ่ายน้ำในอัตราปกติ ยืนยันว่า กปน.ยังมีน้ำประปาเพียงพอต่อการบริโภคของประชาชน แต่หากสถานการณ์แล้งรุนแรงมากขึ้นอาจจะเข้าสู่ภาวะน้ำเค็มเท่านั้น ทั้งนี้ กปน.จึงอยากขอความร่วมมือกับประชาชนให้ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า หากพบว่าภายในบ้านมีท่อน้ำรั่วก็ไหลแจ้งไปยัง กปน.เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เจ้าตรวจสอบการทำงาน และประชาชนที่ใช้น้ำประปาสำหรับดื่มจะต้องเตรียมรองน้ำสำรองไว้ด้วย






