Corporate News

STEC ซื้อ, KBANK ซื้อ, SAMTEL ซื้อ, VGI ซื้อ
STEC ซื้อ ราคาพื้นฐาน 25.00 บาท
STEC : ทั้งที่คาดหมายว่าผลประกอบการจะอ่อนแอในปีนี้ การเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจกต์ในครึ่งหลังปี 2558 จะสนับสนุนราคาหุ้น STEC และจำกัดความเสี่ยงด้านขาลง นักลงทุนควรมองการเติบโตของยอดขายของ STEC และการเติบโตของผลกำไรของบริษัทในปีหน้าเมื่อบริษัทเริ่มทำงานโครงการใหม่ที่รับเหมามาในปีนี้ คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 25.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
KBANK ซื้อ ราคาพื้นฐาน 252 บาท
KBANK : นายจงรัก รัตนเพียร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ธนาคารยังคงมั่นใจยอดปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 3-5% คิดเป็นเงิน15,000 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายตัวของ GDP ที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าปีนี้จะเติบโต 2.8% ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของลูกค้ารายใหญ่ปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำไม่เกิน 1% และยังไม่เห็นสัญญาณการเพิ่มขึ้นของหนี้เสียที่จะเข้ามาใหม่หรือหนี้เสียจากลูกค้ารายเก่าเพิ่ม เป็นผลจากการควบคุมการปล่อยสินเชื่อและการคัดกรองลูกค้าที่มีประสิทธิภาพตรงตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งจะไม่ต้องมีการตั้งสำรองหนี้เสียของธนาคารในไตรมาสที่ 2/58 (ข่าวหุ้น)
SAMTEL ซื้อ Consensus 28.25 บาท
SAMTEL : นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) เผยว่าในไตรมาสที่ 2/58 โครงการที่มีโอกาสสูงที่จะได้เซ็นสัญญามีมูลค่ารวมถึง 6,400 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการที่เป็นส่วนต่อขยาย ได้แก่ โครงการกรมที่ดิน รวมถึงโครงการใหม่อื่นๆจากลูกค้าสำคัญๆ เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นต้น และเชื่อว่าปีนี้บริษัทจะทำรายได้ไม่ห่างจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 10,000 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)
VGI ซื้อ Consensus 5.02 บาท
VGI : นายมารุต อรรถไกวัลวที ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) เผยว่า ในปี 2559 (1 เม.ย. 2558-31 มี.ค. 2559) บริษัทมั่นใจว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโตมากกว่าปีที่แล้ว เพราะบริษัทได้เลิกธุรกิจการให้บริการพื้นโฆษณาในห้างสรรพสินค้า ซึ่งมีอัตรากำไรที่ต่ำ ทำให้ในปีนี้อัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin) ของบริษัทน่าจะอยู่ที่มากกว่า 40% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 27.21% อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทได้เลิกธุรกิจให้บริการพื้นที่โฆษณาในห้างสรรพสินค้านั้น จะส่งผลให้รายได้ของบริษัทในปีนี้ปรับตัวลดลงราว 12% แต่ในระยะยาวจะเป็นผลดีกับธุรกิจมากกว่า ซึ่งในปีนี้คาดว่ารายได้จากให้บริการพื้นที่สื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าบีทีเอสจะเติบโตราว 16% รายได้จากการให้บริการพื้นที่โฆษณาในอาคารสำนักงานจะเติบโตประมาณ 20% และรายได้จากการให้บริการสื่อโฆษณาอื่นๆ จะเติบโตราว 1.092% (ข่าวหุ้น)







