LPN - ซื้อ

ได้เวลาช้อนหุ้นถูก
อัพเดตผลการดำเนินงาน – แผนธุรกิจยังคงเหมือนเดิม : เราได้โทรศัพท์คุยกับเจ้าหน้าที่นักลงทุนสัมพันธ์ (IR) ของ LPN ซึ่งบอกกับเราว่าแผนธุรกิจของบริษัทยังคงเหมือนเดิม โดยบริษัทจะเปิดตัวโครงการลุมพินี คอนโดทาวน์ เทพารักษ์-ศรีนครินทร์มูลค่า 1.6 พันล้านบาทในเดือนมิถุนายน ทาง LPN คาดว่าอัตรายอดขาย (take-up rate) จะอยู่ที่ประมาณ 50% และกำหนดเสร็จในไตรมาสที่ 4/59 สำหรับในครึ่งหลังของปีนี้ LPN มีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่อีก 8 โครงการมูลค่ารวม 1.62 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ บริษัทมีที่ดินรอพัฒนาอยู่แล้วหกโครงการ ในขณะที่ที่ดินสำหรับอีกสองโครงการมีการตกลงทางวาจากันไปแล้ว ทั้งนี้ โครงการ 2 จาก 8 โครงการใหม่จะอยู่ที่ชะอำ-หัวหิน (1.7 พันล้านบาท)
ยอด presales 5 เดือนแรกของปีนี้ยังแข็งแกร่งอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท : Presales โต 9.1% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากความสำเร็จของโครงการคอนโดมิเนียมใหม่สามโครงการมูลค่ารวม 6.4 พันล้านบาทซึ่งมีอัตรายอดขายสูงถึง 70-75% ของจำนวนห้องที่เปิดขาย แสดงให้เห็นว่าอุปสงค์ของสินค้า LPN ยังคงแข็งแกร่งแม้ว่าเงื่อนไขทางเศรษฐกิจโดยรวมจะไม่เอื้ออำนวยนัก ยอด Presales YTD คิดเป็นสัดส่วน 33% ของเป้าปีนี้ของผู้บริหารที่ 2.0 หมื่นล้านบาท
คาดว่ายอดรับรู้รายได้ไตรมาสที่ 2/58 จะเป็นไปตามคาด : LPN ตั้งเป้ารายได้ไตรมาสที่ 2/58 เอาไว้ที่ 5 พันล้านบาท ซึ่งตั้งแต่ต้นไตรมาสมา LPN มียอดรับรู้รายได้แล้วประมาณ 3 พันล้านาท ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนจะมีหนึ่งโครงการที่เริ่มโอนได้คือลุมพินีพาร์ค รัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน (4 พันล้านบาท ขายได้แล้ว 98%) ดังนั้น เราจึงเชื่อว่าบริษัทน่าจะทำยอดรายได้ได้ตามเป้า และจะเป็นการยืนยันมุมมองของเราว่าไตรมาสที่ 1/58 น่าจะเป็นไตรมาสที่แย่ที่สุดในปีนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2/58 จะอยู่ที่ 850 ล้านบาท (EPS Bt0.58), up 191% qoq and 132% YoY
Recommendation and valuation : เรายังคงมุมมองที่เป็นบวกต่อ LPN โดยข้อมูลที่ได้จาก IR ของบริษัททำให้เรายิ่งมั่นใจมากขึ้นต่อแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ที่คาดว่าจะโตถึง 42% YoY เป็น 2.8 พันล้านบาท (EPS 1.94 บาท) ทั้งนี้ 95% ของประมาณการรายได้ไตรมาสที่ 2-4 ของเรามียอด backlog รองรับอยู่แล้ว ในขณะที่ราคาหุ้นก็ไม่แพง โดยซื้อขายอยู่ที่ 8.5x ของ PE ปี 2558 เท่านั้น ซึ่ง (i) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 7 ปีย้อนหลังที่ 9.7x (ii) เกือบเท่ากับระดับที่ซื้อขายในช่วงน้ำท่วมปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 8.0x และ (iii) ต่ำกว่าช่วงที่มีการชุมนุมปิดกรุงเทพซึ่งอยู่ที่ 9.7x ซึ่งเราคิดว่าสถานการณ์ในปัจจุบันดีกว่าช่วงดังกล่าวเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจึงคิดว่าเป็นจังหวะที่จะช้อนซื้อหุ้นดีราคาถูก







