วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับลง ตามราคาน้ำมันดิบ

ขึ้น-ทยอยขาย โดยมีจุดซื้อคืนรอบใหม่บริเวณ 1460 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง แรงกดดันจากกลุ่มพลังงาน จับตาการเจรจาหนี้กรีซ แนะนำ ขึ้น-ทยอยขาย โดยมีจุดซื้อคืนอีกครั้งบริเวณ 1460 จุด

คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง แนวรับ 1475/1460 จุด แนวต้าน 1485/1490 จุด คาดแรงกดดันจากกลุ่มพลังงาน หลังวานนี้ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง หลัง EIA เผยสหรัฐผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น และตลาดคาดว่าโอเปคจะคงกำลังการผลิตในการประชุมวันศุกร์นี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเทศหลักๆ พุ่งขึ้นแรงวานนี้ หลังประธานอีซีบีกล่าวว่านักลงทุนควรสร้างความเคยชินกับความผันผวนในตลาด (อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะส่งผลด้านลบต่อตลาดหุ้น) ด้านการเจรจาหนี้กรีซยังเป็นที่จับตาของนักลงทุนก่อนเส้นตาย วันที่ 5 มิ.ย. นี้ ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐได้แรงหนุนจากตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งวันศุกร์จะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงาน

กลยุทธ์ แนะนำ ขึ้น-ทยอยขาย โดยมีจุดซื้อคืนรอบใหม่บริเวณ 1460 จุด หุ้นแนะลงทุนรายสัปดาห์ 1. หุ้นที่มีการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้นสูงสุดได้แก่ TASCO CHO BTSGIF STPI WORK 2. หุ้นคาดเข้าคำนวณ SET50 BLA, TPIPL, WHA, SUPER, ITD, BA, SAWAD

ปัจจัยต่างประเทศ

สหรัฐรายงานตัวเลขการจ้างงานแข็งแกร่ง วานนี้ ADP ระบุว่า ภาคเอกชนของสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 201,000 ตำแหน่ง ในเดือน พ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 200,000 ราย นอกจากนี้ สหรัฐยังรายงานยอดขาดดุลการค้าลดลงอย่างมากในเดือนเม.ย. โดยลดลง 19.2% สู่ระดับ 4.088 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบกว่า 6 ปี ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ปิดตัวแดนบวก ถึงแม้ว่า รายงานผลสำรวจ ISM ชี้ภาคบริการสหรัฐขยายตัวต่ำกว่าคาดในเดือน พ.ค. ก็ตาม ทั้งนี้ ดัชนีภาคบริการของ ISM อยู่ที่ระดับ 55.7% ในเดือน พ.ค. ลดลงจากระดับ 57.8% ในเดือน เม.ย.

ประธานอีซีบีพอใจผลบวกจากการทำ QE ในการแถลงข่าววานนี้นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ย้ำว่าอีซีบี จะเดินหน้าการซื้อพันธบัตร จนเสร็จสิ้นโครงการในเดือนก.ย.2016 ขณะที่กล่าวว่ามาตรการ QE ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรที่เตรียมรับมือกับความผันผวนในตลาด ซึ่งจากคำกล่าวดังกล่าว ส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีพุ่งขึ้นถึง 17 bps มาอยู่ที่ 0.89% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้น 9 bps มาอยู่ที่ 2.35% (ดูรูป
ประกอบในเล่ม) ซึ่งแรงเทขายในตลาดพันธบัตรสร้างความกังวลว่าจะเกิดแรงเทขายในตลาดหุ้นตามมาดังเช่นที่เคยเกิดในช่วงกลางปี 2556


ปัจจัยในประเทศ

ธนาคารโลกคาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 3.5% ส่งออกโต 0.5% โดยคาดปัจจัยหนุนเศรษฐกิจหลักมาจากรายได้จากการท่องเที่ยวที่เพิ่มมาขึ้น รวมทั้งการลงทุนของภาครัฐที่คาดว่าทั้งปีการลงทุนภาครัฐจะสามารถเติบโตได้มากกว่า 10% จากปีที่ผ่านมา ขณะที่การนำเข้าจะหดตัว 2% โดยมองว่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฐานต่ำในปีก่อน และเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ประเมินว่าว่า อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีนี้คาดว่าะจอยู่ที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์ และไม่ห่วง
ว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงมีสาเหตุมาจากราคาน้ำมันเป็นหลัก


สัญญาณทางเทคนิค   ดัชนียังมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่อง แรงรีบาวด์ระหว่างวันยังค่อนข้างอ่อนแรง ขณะที่ indicators ระยะสั้นต่างๆ ยังเป็นลบ หากไม่สามารถกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1500 จุดได้ในสัปดาห์นี้ จะอ่อนตัวลงไปหาแนวรับถัดไปบริเวณ 1460/1430 จุด