ปีนี้ยังขาดทุนหนัก ปรับคำแนะนำเป็น “ขาย”
2Q58 เสี่ยงขาดทุนแม้มีแรงหนุนจากปัจจัยฤดูกาล
เราสอบถามไปยังบริษัทพบว่ายอดขายเดือน เม.ย.58 ยังมีแนวโน้มอ่อนตัว YoY เพราะเศรษฐกิจฟืนตัวอ่อนแอ รวมถึงการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม HOTPOT จะทำโปรโมชั่นลดราคาในช่วงเดือนพ.ค. – มิ.ย. 58 เพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่จะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ต่ำสุดในรอบหลายไตรมาส ทำให้เราคาด 2Q58 ยังมีความเสี่ยงขาดทุนแม้เป็นช่วงฤดูกาล ในขณะที่การขยายธุรกิจร้านอาหารสเต็ก ถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าที่เราคาดและเชื่อจะมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องใน 2Q58 แต่เราคงมุมมองเดิมว่าจะไม่ส่งผลบวกต่อการประมาณการนัก เนื่องจากยังมีสาขาไม่มาก (3 สาขาใน 2Q58)
สภาพคล่องอ่อนแอ
ด้วยอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current ratio) เท่ากับ 0.2 เท่า และหนี้สินมากกว่า EBITDA ถึง 10 เท่า เราประเมิน HOTPOT มีสภาพคล่องและฐานะทางการเงินอ่อนแอ ส่งผลต่อความสามารถในการขยายกิจการและการแข่งขัน โดยล่าสุด HOTPOT อยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด จำนวน 10 ล้านหุ้น (คิดเป็น 10% ของหุ้นที่ออกชำระแล้ว) โดยหากการเพิ่มทุนประสบความสำเร็จ เราคาดว่า HOTPOT จะได้รับเงินจากการเพิ่มทุนราว 100 ล้านบาท ทำให้ภาพรวมทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นหลังนำเงินไปชำระหนี้สิน
ปรับประมาณการลงจากยอดขายยังไม่ฟื้นตัว
เราปรับลดประมาณการปี 58 – 59 เป็นขาดทุน 98 ล้านบาท และ 83 ล้านบาทตามลำดับ (เดิมคาดพลิกมีกำไรในปีนี้) สะท้อนผลประกอบการ 1Q58 ขาดทุนถึง 43 ล้านบาท และมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขันสูงและภาคบริโภคฟื้นตัวอ่อนแอ จึงปรับสมมติฐานยอดขายลงเฉลี่ย 17% เป็น 2.2 และ 2.4 พันล้านบาท รวมถึงปรับลด GPM ปีนี้เป็น 53% จากเดิม 55% เนื่องจากมีการทำโปรโมชั่นทางราคามากขึ้น ในขณะที่ยอดขายยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนักและมีค่าใช้จ่ายเพื่อการโฆษณาประชาสัมพันธ์มากขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย SG&A ปรับขึ้นมาอยู่ในระดับสูง 58% ของยอดขาย
แนะนำ “ขาย” ผลประกอบการมีแนวโน้มขาดทุน
เนื่องจากเราคาด HOTPOT จะยังมีผลขาดทุนต่อเนื่องในระยะ 2 ปีข้างหน้า และกระแสเงินสดยังมีความผันผวน จึงปรับวิธีประเมินมูลค่าเหมาะสม จากเดิม DCF เป็น P/B โดยมีเป้าหมายที่ 3.5 เท่า P/B ปี 58 ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยการซื้อขายในอดีต ได้มูลค่าเหมาะสมปี 58 เท่ากับ 2.20 บาท (จากเดิมก่อน Under review เท่ากับ 3.50 บาท) โดยปีนี้ HOTPOT มีกลยุทธ์การธุรกิจที่ระมัดระวังมากขึ้น จากข้อจำกัดทางการเงินและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ยอดขายจากแบรนด์ภายใต้ “HOT POT” ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลัก ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น เราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ขาย” จากเดิม “เก็งกำไร”







