มีมุมมองเชิงระมัดระวังต่อธุรกิจหลัก แต่โอกาสในการเข้าซื้อกิจการจะหนุนอัพไซด์
ประเด็นการลงทุน
ประเด็นหลักจากที่ประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมายังคงยืนยันมุมมองที่ระมัดระวังของเราต่อแนวโน้มตลาดการขนส่งด้วยเรือเทกอง ที่อยู่ภายใต้อุปสงค์ที่ซบเซาพร้อมกันนี้แนวโน้มธุรกิจเมอร์เมด มาริไทม์ (MM) ท่ามกลางสภาวะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงจะส่งผลให้อุปสงค์อ่อนตัวลง ในมุมมองของเรา แนวโน้มการดำเนินงานของ TTA ที่ชะลอตัวลงอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นให้ปรับตัวลดลง แต่ยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของบริษัทจากการควบรวมกิจการในอนาคต พร้อมกันนี้ หุ้นในปัจจุบันยังซื้อขายกันด้วย PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่เพียง 0.6 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 0.8 เท่าอยู่ 0.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งน่าจะจำกัดความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้น
คาดธุรกิจ MM หนุนกำไรไตรมาส 2/58 ให้ปรับตัวดีขึ้น...
แม้ว่าตลาดขนส่งด้วยเรือเทกองคาดว่าจะปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดโลกที่ซบเซาท่ามกลางกำลังการเดินเรือใหม่ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าอุปทานจะเติบโตที่ 3.2% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของอุปสงค์ที่ 1.2% ในปี 2558 แต่เรายังคงคาดว่าการดำเนินงานหลักไตรมาส 2/58 ของ TTA จะปรับตัวดีขึ้น QoQ หนุนโดย 1) ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจ MM ที่เพิ่มสูงขึ้น จากการอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือให้บริการใต้น้ำที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ที่เรือดังกล่าวกลับมาให้บริการหลังจากที่ซ่อมบำรุงในไตรมาส 1/58 และ 2) ส่วนแบ่งกำไรจาก PMTA ที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของอุปสงค์ปุ๋ยในอาเซียน แต่การดำเนินงานหลักในไตรมาส 2/58 ของบริษัทคาดลดลง YoY เนื่องจากอัตราค่าระวางเรืออ่อนตัวลงและการสิ้นสุดสัญญาการใช้ MTR-2rig ก่อนกำหนดในช่วงเดือนธ.ค.
…แต่ราคาน้ำมันและอุปทานที่เพิ่มขึ้นจะกดดันธุรกิจการให้บริการนอกชายฝั่ง
ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลงยังคงกดดันอุปสงค์ต่อธุรกิจการให้บริการนอกชายฝั่ง พร้อมกันนี้ อุปทานใหม่ที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจการให้บริการนอกชายฝั่งก็ส่งผลกดดันให้อัตราการใช้ประโยชน์ลดลง ดังนั้นค่าเช่ารายวันคาดจะยังคงอยู่ภายใต้ความกดดันในอีก 1-2 ปีข้างหน้า แม้ว่าธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่งของ TTA ที่ส่วนใหญ๋ให้บริการลูกค้า E&P ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการผลิตในภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไม่มีแนวโน้มที่จะปรับลดการใช้จ่ายลง แต่ค่าเช่ารายวันยังคงอยู่ภายใต้ความกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ ในสภาวะดังกล่าวจะจำกัดโอกาสที่บริษัทจะหาสัญญาใหม่สำหรับ MTR-1 และ MTR-2 rig ซึ่งมีอายุมากกว่า 30 ปีแล้ว บริษัทจึงมีแผนที่จะขายแท่นขุดเจาะทั้งสองแท่ง พร้อมทั้งมีการเจรจากับผู้สนใจซื้อแล้ว เราคาว่าการซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 อีกทั้งคาดว่า TTA จะบันทึกกำไรบางส่วนจากการขายแท่นขุดเจาะดังกล่าว
การควบรวมกิจการเป็นปัจจัยหนุนการเติบโต
หลังจากที่บริษัททำการลงทุนเพื่อการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเดิมได้แก่ การขนส่งทางเรือ, กล่มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา TTA กำลังหาโอกาสในการเติบโตในอนาคตจากการเข้าซื้อกิจการ โดยบริษัทกำลังเจรจากับกลุ่มธุรกิจเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังงานชีวมวล) และค้าปลีก (อาหารและเครื่องดื่ม, สินค้าอุปโภคบริโภค) ผู้บริหารตั้งเป้าว่าจะได้ข้อสรุปในการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวนี้ในอีก 6 เดือนหน้า






