ปรับเพิ่มประมาณการกำไร
ประเด็นการลงทุน
เราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ของ KTC เมื่อวานนี้ โดยผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตสินเชื่อที่ 10% และเป้าการเติบโตกำไรที่ 10-15% สำหรับปี 2558 เนื่องจาก KTC มีการจัดการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีปะสิทธิภาพพร้อมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสุทธิปี 2558 ลดลง 5% เป็น 3.7 พันล้านบาท ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 ขึ้น 7% เป็น 2.2 พันล้านบาท เนื่องจากเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเราขึ้นส่งผลให้เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 97 บาท เป็น 109 บาท อ้างอิงจาก justified PBV ที่ 3.2เท่า (มาจากอัตราผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยที่ 25%, อุตสาหกรรมโต 5% และ Ke ที่ 11.25%) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
ยังคงเป้าการเติบโตสินเชื่อปี 2558 ที่ 10% หนุนโดยสินเชื่อส่วนบุคคล
หลังจากที่สินเชื่อปี 2557 โต 7.4% YoY ผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตสินเชื่อปี 2558 ที่ 10% หนุนโดยสินเชื่อบุคคลและเครดิตการ์ด โดย KTC วางแผนให้สินเชื่อส่วนบุคคลโต 15% และสินเชื่อเครดิตการ์ดโต 5-10% ในปี 2558 ในขณะเดียวกันบริษัทก็พยายามที่จะเพิ่มจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตขึ้น 400,000 รายเป็น 2.2 ล้านราย ณ สิ้นปี 2558 พร้อมทั้งขยายสินเชื่อส่วนบุคคลขึ้น 146,000 รายเป็น 850,000 ราย ณ สิ้นปี 2558 KTC ตั้งงบการตลาดไว้ที่ 1 พันล้านบาทสำหรับทั้งสองกิจกรรมในข้างต้น ทั้งนี้ให้สังเกตว่าประมาณการสินเชื่อปี 2558 ของเราอยู่ที่ 10% ใกล้เคียงกับประมาณการของผู้บริหาร สินเชื่อไตรมาส 1/58 โต 7.6% YoY
….การบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพหนุนให้มีการปรับลดการตั้งสำรองฯ
KTC แนะว่าบริษัทมีโอกาสมากขึ้นที่จะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2558 ใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงถึง 3.8 เท่าของจำนวนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในไตรมาส 1/58 โดยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมไตรมาส 1/58 อยู่ที่ 2.4% ใกล้เคียงกับช่วงสิ้นปี 2557 เนื่องจากอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ในระดับสูงและแนวโน้มเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ส่งผลให้เราปรับลดการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2558 ของเราลง 5% เป็น 3.7 พันล้านบาท จากเดิมที่ 3.9 พันล้านบาท ทั้งนี้ให้สังเกตว่า KTC ได้วางจ้างบริษัท วิน เพอร์ฟอร์แมนซ์ เพื่อมาให้บริการดูแลการจัดเก็บหนี้ในวันที่ 1 พ.ค. 2558 ซึ่งการจ้างบริษัทอื่นให้มาดูแลในส่วนนี้นั้นจะส่งผลให้ KTC สามารถติดตามหนี้เสียอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯลดลง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงขึ้นเป็น 20 ล้านบาทต่อเดือนจากรายการดังกล่าว เราคาดว่าสัดส่วนต้นทุนต่อรายรับปี 2558 เป็น 48% ลดลงจากปีที่แล้วที่ 50%
สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ต่ำจะทำให้การขยายสินเชื่อยังทำได้ในระยะยาว
สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิในไตรมาส 1/58 อยู่ในระดับต่ำที่ 5.6เท่า ส่งผลให้บริษัทกระตุ้นการเติบโตสินเชื่อได้โดยที่ไม่ต้องเพิ่มทุนเป็นเวลาหลายปี ทั้งนี้ให้สังเกตว่าสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผุผู้ถือหุ้นของเงื่อนไขผู้ปล่อยสินเชื่อเป็น 10เท่า เราไม่คาดว่า KTC จะเพิ่มทุนในปีหนี้หรือปีหน้า เนื่องจากสัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำที่สุดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เราเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรายงานอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 40% ทั้งในปี 2558 และปี 2559






