วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMART - ซื้อ

จุดต่ำสุดผ่านไปแล้วใน 1Q58

รายได้จากบริษัทย่อยลูกชะลอตัว กดดันกำไรใน 1Q58

SAMARTแถลงว่าสาเหตุหลักที่กดดันกำไรสุทธิ 1Q58ที่ลดเหลือ 273 ล้านบาท (-14% QoQ, -33% YoY)มาจากรายได้ที่ลดลงตามการชะลอตัวของธุรกิจขายเครื่องมือถือ (SIM)ที่มียอดขายลดลงเหลือราว 9 แสนเครื่องเมื่อเทียบกับ4Q58 ที่ขายได้ถึง 1.3 ล้านเครื่อง (รวมการขายล็อตใหญ่ให้แก่ DTAC5 แสนเครื่อง) บวกกับธุรกิจติดตั้งและวางระบบไอทีให้ภาครัฐ(SAMTEL)ยังมีงานใหม่เข้ามาไม่มาก อีกทั้งปริมาณขายกล่องทีวีดิจิทัลของ SAMART มีเพียง 3.2 แสนตัว จากเป้ายอดขายทั้งปีที่ 2 ล้านกล่อง และโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในกัมพูชามีรายได้ลดลงเพราะลูกค้าหันไปซื้อไฟโดยตรงกับกัมพูชา

แนวโน้มกำไรจะฟื้นตัวดีขึ้นใน 2Q58 เป็นต้นไป

เราคาดว่ากำไรของSAMART จะฟื้นตัวขึ้นตั้งแต่ 2Q58 จาก SIM ที่คาดจะมียอดขายสูงขึ้นหลังจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย (ADVANC DTAC และ TRUE) เพื่อขายเครื่องมือถือพ่วงกับแพคเกจการใช้งานมือถือได้ฟรี ในมูลค่าต่างๆกันในแต่ละรุ่นบวกกับปริมาณขายในต่างประเทศที่น่าจะเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 2H58 โดยเฉพาะในพม่า และ SAMTEL ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเพราะคาดว่านอกจากจะบันทึกรายได้บางส่วนราว 2 พันล้านบาทจากงานเดิมที่มีในมือ 6 พันล้านบาท ณ สิ้น 1Q58 ยังจะมีรายได้จากงานใหม่ๆที่จะเข้าประมูลราว 1.6 หมื่นล้านบาทในช่วงที่เหลือของปี (ชนะประมูลแล้วใน 2Q58 ราว 6.4 พันล้านบาท)อีกทั้งคาดยอดขายกล่องทีวีดิจิทัลจะขยับสูงขึ้นตามจำนวนคูปองของ กสทช. ที่แจกมากขึ้นโดยจะแจกอีก 5 ล้านใบใน 2Q58 เมื่อเทียบกับ 1Q58 ที่แจกไปเพียง1.3 ล้านใบ

ปรับลดประมาณการกำไรสะท้อนงบการเงินที่อ่อนแอใน 1Q58

แม้กำไรของบริษัทจะมีแนวโน้มสดใสขึ้น แต่เราต้องปรับลดคาดการณ์กำไรในปี 58 – 59 ลงเพื่อสะท้อนกำไรที่อ่อนแอในงวด 1Q58 โดย 1)ปรับลดยอดขายมือถือปี 58 จาก 5.2 ล้านเครื่อง เหลือ 4.2 ล้านเครื่อง ส่วนปี 59 ปรับลดจาก 5.5 ล้านเครื่อง เหลือ 4.5 ล้านเครื่อง 2) ปรับลดยอดขายกล่องทีวีดิจิทัลลงจาก 1.1 ล้านกล่องในปี 58 และ 1.5 ล้านกล่องในปี 59 เหลือ 1 ล้านกล่อง/ปี และ 3) ปรับลดรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าในกัมพูชาลงเฉลี่ย 38% เหลือ 132 ล้านบาท/ปี ภายหลังการปรับปรุงทำให้กำไรสุทธิในปี 58 – 59 ลดลงจากเดิมเฉลี่ย 16% เหลือ 1.57 พันล้านบาท (+5% YoY) และ 1.65 พันล้านบาท (+6% YoY) ตามลำดับ

ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว คงคำแนะนำ “ซื้อ”

ภายใต้ประมาณการใหม่ มูลค่าเหมาะสมของ SAMART ลดจาก 38 บาทเหลือ 32 บาท (วิธี SOTP อิงราคาเหมาะสมของ SIM ที่ 2.60 บาท และ SAMTEL ที่ 28 บาท)ซึ่งยังมี upside 24% จากราคาตลาด รวมทั้งคาดหมายผลตอบแทนจากเงินปันผลสำหรับปี 58 ที่อัตรา 3.5% ซึ่งถือว่าจูงใจ นอกจากนี้ยังมีประเด็นบวกในระยะยาวจากธุรกิจโรงไฟฟ้าทั้งในไทย ลาว และกัมพูชา ที่ยังไม่ได้รวมในประมาณการ จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”