ซิกแซกขาขึ้น
SET วานนี้ผันผวนในกรอบแคบสลับบวก/ลบตลอดวัน เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่กระตุ้นการลงทุน อีกทั้งสภาพัฒน์เผย GDP Q1/58 +3% และลดคาดการณ์ GDP ปี 58 ลงเหลือ 3-4% จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ส่งผลให้ SET ปิดลบเล็กน้อยที่ 1,510.41 จุด (-1.78 จุด) Volume 3.1 หมื่นลบ.ทั้งนี้ Foreign Net sell 398 ลบ. , Net Short TFEX 3,697 สัญญา
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
ปัจจัยบวกจากความคืบหน้าการเจรจาแก้ปัญหาหนี้กรีซที่ประธานกรรมาธิการยุโรปเสนอให้มีการเจรจาในลักษณะประนีประนอมระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ ในขณะที่กรีซกล่าวว่าอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายที่จะได้รับข้อตกลงการรับความช่วยเหลือกับกลุ่มเจ้าหนี้ ทำให้นลท.คลายความกังวลต่อกรีซที่อาจจะผิดนัดชำระหนี้และออกจากยูโรโซน ซึ่งหนุนต่อการดีดตัวของดัชนีในวันนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าการดีดตัวจะยังคงมีความผันผวนสูงเนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศที่สภาพัฒน์ฯปรับลดคาดการณ์ GDP ปี58 ของไทยลงเป็น 3 – 4% (จากเดิม 3.5 – 4.5%) เนื่องจากการส่งออกขยายตัวต่ำกว่าคาดมาก ดังนั้นประเมินว่า SET จะผันผวนขาขึ้น เพื่อทดสอบแนวต้าน 1,520 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
SET มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นแบบผันผวน ดังนั้นให้เข้าซื้อเก็งกำไรรอบสั้น (ลงซื้อ/ขึ้นขาย) โดยมีแนวต้านบริเวณ 1,520 จุด ทั้งนี้แนะนำให้เก็งกำไรหุ้นที่ได้เข้า MSCI Small Cap รอบใหม่ BA, BEAUTY, CBG, EPG, IMPACT, IFEC, MTLS, PLANB, PTG, SIM, SCN, TSE, UNIQ, WORK
Analyst Meeting
CPF ราคาปิด 24.20 บาท Consensus 30.70 บาท
- 1Q58 กำไร 2,956 ลบ. +44%yoy หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายที่ดิน 705 ล้านบาท กำไรจากการขายหุ้น CPALL และTRUE รวม 2,505 ล้านบาท จะมีกำไรปกติ 714 ล้านบาท ทั้งนี้การที่รายได้ -2%yoy เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์บกยังลดลง อย่างไรก็ดี ผู้บริหารเชื่อว่าราคาเนื้อสัตว์บกได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นปรับดีขึ้นเป็น 3.1% จาก 2.1% ใน 1Q57
- ดีลการซื้อหุ้น CP กัมพูชาเพิ่มอีก 75% รวมเป็น 100% อยู่ระหว่างทำรายการ คาดจะเสร็จสิ้นภายใน Q2/58
- ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ในการเติบโตจากภายนอกในการซื้อกิจการที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม การขยายธุรกิจในแนวดิ่ง และจากที่ทำธุรกิจ feed, farm, food จะเน้นทำ food มากขึ้นเพื่อเพิ่มมาร์จิ้น โดยมีแผนรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ตลาดที่สนใจเนื่องจากมองว่ามีศักยภาพในการเติบโตสูงได้แก่ จีน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ รัสเซีย
หุ้นเด่นรายวัน
- SYMC (company visit) ราคาปิด 14 บาท
1q58 บริษัทมีกำไร 43.7ล้านบาท +2.5%qoq แต่ -11.5%yoy โดยรายได้จากการให้บริการprivate net work มีแนวโน้มเริ่มทรงตัวหลังจากปรับตัวขึ้นตลอดตั้งแต่ปี 2012 อีกทั้งการใช้งาน access network มีแนวโน้มลดลงหลังจากมีการใช้งานส่วนนี้ลดลง อีกทั้งค่าใช้จ่ายในที่เป็นค่าเสื่อมราคาและส่วนที่เกี่ยวกับพนักงานtยังคงมีแนวโน้มที่สูงขึ้น
ผู้บริหารยังคงตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20% และคาดว่าช่วง investment phase นี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปี บริษัทได้ร่วมพาร์ทเนอร์กับhutchisonผู้ให้บริการcloud data ในลักษณะส่วน revenue sharing
ในส่วนของ submarine cavle system คาดว่าจะรับรู้ค่าเสื่อมในปี 2016 ซึ่งรายได้จากส่วนนี้ยังรับรู้เพียงบางส่วนเท่านั้น
- KAMART (ราคาปิด 6.75 ซื้อเก็งกำไร) ทุนใหญ่ฝรั่ง ไล่เก็บหุ้นในกระดาน แถมตั้งที่ปรึกษาหวังเข้าถือหุ้นในอนาคต พร้อมป้อนธุรกิจ "พลังงานทดแทน" จับตากำไรทุบสถิติยาว 3 ปีซ้อน ส่วนปี 2558 รายได้พุ่ง 50% ทุ่มงบ 150 ล้านบาท อัดโฆษณากระตุ้นยอดขาย ผุดผลิตภัณฑ์มัดใจ 10-15 ตัวต่อไตรมาส รุกตลาดต่างประเทศทำเงิน (ที่มา...ทันหุ้น)
เทคนิค : เริ่มมีสัญญาณของการกลับตัวอีกทั้งราคาหุ้นสามารถสร้างฐานเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันได้อย่างแข็งแกร่งทำให้มีโอกาสรีบาวด์ได้ แนวรับ 6.55 แนวต้าน 7.00 / 7.55 Cut loss 6.50
- GL (ราคาปิด 9.95 ซื้อเก็งกำไร) “กรุ๊ปลีส" ประเมินตลาดไทยชะลอตัว ปรับแผนรุกธุรกิจต่างประเทศแทนเนื่องจากมีการแข่งขันต่ำ-เก็บดอกเบี้ยได้สูง หวังดันพอร์ตสินเชื่อทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ใน 2 ปี ด้านธุรกิจในไทยประเมินไม่เติบโต เพราะการแข่งขันสูง หวังคุม NPL ไม่เกิน 5% ในสิ้นปี (ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ)
- SAMCO (ราคาปิด 5.45 ซื้อเก็งกำไร) ส่งซิกครึ่งหลังปี 2558 ผลงานสุดอลังการกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 600 ล้านบาท อานิสงส์คอนโด "S9" หนุนยอดโอนกระหึ่ม แถมปักธงปีนี้รายได้แตะ 1.8 พันล้านบาท โหนกระแสอสังหาขยายตัว พร้อมรุกเปิดของใหม่ 2 พันล้านบาท (ที่มา:ทันหุ้น)
เทคนิค : ราคาปรับตัวขึ้นสร้างลักษณะ U-shape พร้อมยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยขาขึ้น ทำให้มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ รับ 5.40 / 5.20 ต้าน 5.85 / 6.50 Cut Loss 5.00






