วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

ติดตามสถานการณ์ทางการเมือง

SET View

- แนวโน้ม SET แกว่งตัวลงทดสอบแนวรับที่เส้นค่าเฉลี่ย 10 วันหรือบริเวณ 1505 จุด วานนี้ และมีการฟื้นตัวได้จนมาปิดติดลบเพียงเล็กน้อย 1.78 จุด เราคาดวันนี้ SET แกว่งตัวออกข้างต่อในกรอบ 1505-1520 จุด

วานนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 0.8% มาปิดที่ 66.27 เหรียญฯ/บาร์เรล หลังจาก Goldman Sachs ออกมาปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันในระยะยาวเหลือเพียง 60-65 เหรียญฯในช่วงปี 2559-2562 และจะลดลงเหลือ 55 เหรียญฯในปี 2563 เนื่องจากการผลิตน้ำมันจากหินดินดาน (Shale oil) ในฝั่งสหรัฐฯมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเพิ่มกำลังการผลิตของฝั่ง OPEC นอกจากนี้ การดีดตัวของ Dollar index กว่า 1.2% วานนี้ เป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเช่นกัน เป็นผลกระทบเชิงลบต่อ sentiment การลงทุนในหุ้นพลังงานวันนี้

วันนี้ มี 2 เหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ คือ 1) ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในข้อหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าว    2) การประชุมร่วมระหว่าง นายกรัฐมนตรี, คสช. และ ครม. เพื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญในการจำทำประชามติร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากมีมติเห็นชอบ เราประเมินว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่ ต้องเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิมในเดือน ก.พ.59 อย่างน้อย 3 เดือน

- กลยุทธ์การลงทุน : ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นมากวานนี้ ทำให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าในวันนี้ แนะนำเก็งกำไรหุ้นส่งออกที่ได้รับอานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินบาท

  Top Daily Pick : SAPPE (มูลค่าเหมาะสม 36.90 บาท) สัดส่วนการส่งออกกว่า 60% ได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า, คาดผลประกอบการฟื้นตัวใน 2Q58-3Q58 ตามปัจจัยฤดูกาล, คาดกำไรสุทธิปีนี้เติบโตสูง 19%YoY

  Technical Pick : BA CBG TLUXE DTAC AP (โปรดอ่านบทวิเคราะห์ Technical เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน)

  Theme Plays : หุ้นที่ได้รับคัดเลือกเข้า MSCI Global Small Cap รอบ พ.ค.58 (BEAUTY, WORK)/ หุ้นได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า (SVI)/ กลุ่มโรงแรม (MINT ERW) จำนวนนักท่องเที่ยวเดือนเมษายนทำสถิติสูงสุดในประวัติการณ์


Strategy Talk

- GDP ไทยออกมาต่ำกว่าคาด แต่ตลาดไม่ได้กังวลมากนัก

GDP 1Q58 ของไทย ขยายตัว 3%YoY ต่ำกว่าที่ Bank of America Merrill Lynch (BoAML) คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.3%YoY ขณะที่ Bloomberg consensus ประเมินไว้ที่ 3.4%YoY แม้ GDP 1Q58 ออกมาต่ำกว่าคาด แต่อยู่ในระดับที่ตลาดไม่ได้กังวลมากนัก สะท้อนจาก SET ที่ปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่เงินบาท กลับแข็งค่าขึ้น 0.24% วานนี้

แรงขับเคลื่อนสำคัญใน 1Q58 คือการลงทุน (ขยายตัว 10.7%YoY) โดยเฉพาะการลงทุนภาครัฐ เพิ่มขึ้นถึง 37.8%YoY มาจากการเบิกจ่ายงบลงทุนในหมวดที่ดินและสิ่งก่อสร้างของภาครัฐ (+74.1%YoY) และโครงการก่อสร้างของรัฐวิสาหกิจ (+30.4%YoY) ฟื้นตัวจากฐานต่ำใน 1Q57 ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง

ขณะที่การส่งออก หดตัวมากถึง 4.3%YoY เนื่องจาก 1) ประเทศคู่ค้าหลักอย่างจีนและญี่ปุ่น เผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว 2) เงินบาทแข็งค่า 3) ราคาสินค้าเกษตรและน้ำมันสำเร็จรูป ตกต่ำ 4) การตัดสิทธิพิเศษทางการค้าหรือ GSP ของสินค้าไทยที่ส่งไปยังยุโรป

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ สศช. คาดว่า GDP จะเติบโตได้ในระดับ 3-4%YoY (ลดลงจากเดิมที่ 3.5-4.5%YoY) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1) การใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเหนี่ยวนำให้ภาคเอกชนใช้จ่ายและลงทุนตาม (Crowding-in effect) 2) การท่องเที่ยวยังเติบโตได้ดี 3) การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นและสนบัสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ 4) ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้นจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับต่ำ