ญี่ปุ่นคลอดระเบียบ ผ่อนกฎอาหารเพื่อสุขภาพ "สค."แนะผู้ส่งออกวางแผนการตลาด ชี้งานวิจัยประกบคู่อิงสรรพคุณสมุนไพร เผยตลาดโตถึง 17%
นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครโอซากา ถึงกรณีญี่ปุ่น โดยสำนักงานกิจการผู้บริโภค(ซีเอเอ)ออกระเบียบใหม่กำหนดการระบุฉลากสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อเตรียมยื่นแจ้งต่อซีเอเอ ก่อนวางจำหน่ายสินค้าในญี่ปุ่น ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เมษายน 58 คาดว่าจะโอกาสใหม่ทางการค้า เนื่องจากมีมาตรการผ่อนคลายระเบียบข้อกำหนดเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ผลิตอาหารสามารถประชาสัมพันธ์คุณสมบัติของอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น
“เริ่มมีบริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่หลายรายยื่นแจ้งต่อซีเอเอ ทำให้เห็นถึงพัฒนาของสินค้าและนวัตกรรมสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดมากยิ่งขึ้น อาทิ สินค้าเบียร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สามารถระงับการดูดซึมน้ำตาลและไขมันของอาหาร สินค้าอาหารเสริมบางประเภทช่วยบรรเทาสภาพผิวหนังแห้ง โดยการให้ความชุ่มชื้นต่อผิวหนัง ฯลฯ เป็นต้น”นางนันทวัลย์ กล่าวและว่า การผ่อนคลายระเบียบดังกล่าว จะช่วยทำให้ขนาดตลาดสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพในปี 2560 เพิ่มขึ้น 17% จากปี 2556 เป็นมูลค่าถึง 2.145 ล้านล้านเยน ทั้งนี้จากการสำรวจพบว่า ในปี 2557 ผู้บริโภคญี่ปุ่นที่บริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ-อาหารเสริมมีราว 56.7 ล้านคน หรือ เท่ากับประมาณครึ่งของประชากร ระดับอายุที่บริโภคมากที่สุด คือ วัย 40 ปีทั้งชายและหญิง ซึ่งมีสัดส่วน 19% ในขณะที่วัย 30 และ 50 ปีรวมกันมีประมาณ 50%
นางนันทวัลย์ กล่าวว่า กรมฯแนะนำให้ผู้ผลิตผู้ส่งออกไทยที่มีการจำหน่ายสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ ระบุประโยชน์ หรือ หน้าที่ของสินค้าให้ชัดเจนเพื่อทำตลาดได้ตรงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ระเบียบใหม่ว่าด้วยสินค้าอาหารที่มีคุณสมบัติพิเศษได้เปิดโอกาสทางการค้าให้กับสินค้าอาหารของไทย สำหรับประเภท ซึ่งใช้วัตถุดิบที่เป็นพืชผักต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ตะไคร้ โหระพา กระชาย ฯลฯ หรือสินค้าจากผลิตผลทางการเกษตร เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
ทั้งนี้สินค้าที่อยู่ในข่ายดังกล่าวไม่จำเป็นต้องผ่านการตรวจ หรือ ขออนุญาตจากภาครัฐในการที่จะระบุหน้าที่ ประโยชน์ หรือ สรรพคุณบนฉลาก แต่จะต้องยื่นแจ้งต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค โดยจะต้องมีบทวิจัยที่แสดงหลักฐานทางวิชาการยืนยันผลที่ดีต่อสุขภาพตามที่อ้างนั้น นอกจากนี้ผู้ส่งออกไทยควรเป็นฝ่ายให้รายละเอียด/ข้อมูลที่เกี่ยวกับหน้าที่ หรือ ประโยชน์ของสินค้าอาหารนั้น เพื่อที่จะใช้เป็นจุดขายเรียกความสนใจซื้อของผู้นำเข้าของญี่ปุ่น และเพื่อให้ผู้นำเข้าของญี่ปุ่น นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการยื่นแจ้งและระบุบนฉลากเป็นภาษาญี่ปุ่นถึงสรรพคุณของสินค้า อย่างไรก็ตามระเบียบดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดวิธีการระบุฉลาก ดังนั้นสินค้าอาหารทุกประเภทยังต้องผ่านการตรวจและต้องได้รับอนุญาตให้จำหน่ายได้ภายใต้กฏหมายสุขอนามัยอาหารและ/หรือ กฏหมายคุ้มครองพืช








