วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลดลง – วิตก US Bond Yield ขึ้น ต่อเนื่อง

ถือเงินสด หลังวานนี้แนะขายไปแล้ว รอดูแนวรับถัดไป บริเวณ1460/1450 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลดลง แนะนำ ถือเงินสด รอดูแนวรับถัดไป 1460/1450 จุด หากยืนได้แนะเก็งกำไรสั้น


คาดดัชนีฯ วันนี้ ปรับลง แนวรับ 1485/1480 จุด แนวต้าน 1500/1510 จุด หลังตลาดหุ้นโลกยังมีแรงกดดันจาก bond yield สหรัฐ มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นต่อ และอดีตประธานเฟด อลัน กรีนสแปน ออกมาเตือนตลาด การเงินโลกจะเกิดความผันผวนหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งคล้ายกรณีที่เฟดชะลอโครงการ QE (คล้ายกับมุมมองเรา ที่ว่า อัตราผลตอบแทนสหรัฐที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นไทย ดังเช่นที่เคยเกิดในช่วงกลางปี 2556) ขณะที่วานนี้ รายงานจีดีพีไตรมาสแรกของเยอรมนีและยอดค้าปลีกสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด กดดันตลาดหุ้น
ยุโรปกลับมาปิดแดนลบ ส่วนปัจจัยในประเทศ จับตาการประกาศตัวเลขจีดีพี 1Q58 ไทย วันจันทร์หน้า (KTZ คาดโต +3.0%YoY, แต่หดตัว -1.1%QoQ)


กลยุทธ์ ถือเงินสดหลังวานนนี้แนะขายไปแล้ว รอดูแนวรับถัดไป บริเวณ 1460/1450 จุด หากยืนได้ แนะเก็งกำไรสั้น หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ 1. หุ้นทีมีการปรับ Target Price สูงสุด ได้แก่ CFRESH ESSO EPG STANLY PLANB และหุ้นได้ประโยชน์บาทอ่อน (กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว ส่งออก MINT ERW TUF)


ปัจจัยต่างประเทศ Bond Yield สหรัฐ ปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยวานนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.29% ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในปีนี้ และวานนี้ นายอลัน กรีนสแปน อดีตประธานเฟด ได้ออกมากล่าวเตือนว่า ความผันผวนในตลาดการเงิน ดังเช่นที่เคยเกิดในช่วงเฟดยุติ QE จะเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังเฟดเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งมุมมองนี้คล้ายกับความเห็นของเราที่ว่า อัตราผลตอบแทนสหรัฐที่กำลังพุ่งสูงขึ้น (ดูรูปในเล่ม) จะส่งผลลบต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย ดังเช่นที่เคยเกิดในช่วงกลางปี 56 (เงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทยกว่าแสนล้านบาท และดัชนี SET ปรับฐานกว่า 22%) อย่างไรก็ดี ในมุมมองของเรา การปรับขึ้นของ bond yield สหรัฐ และการปรับฐานของตลาดหุ้นอาจเกิดขึ้นก่อนเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยได้


ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และเยอรมนีออกมาต่ำกว่าคาด วานนี้ ยุโรปประกาศตัวเลขจีดีพี 1Q58 เติบโตที่ระดับ 0.4% ซึ่งได้แรงหนุนจากการขยายตัวของเศรษฐกิจฝรั่งเศส และอิตาลีที่ขยายตัวดีกว่าคาดที่ 0.6% และ 0.3% ตามลำดับ แต่เศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัวได้ต่ำกว่าคาดที่ 0.3% ในวันเดียวกัน สหรัฐรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกทรงตัวในเดือน เม.ย. โดยอยู่ที่ระดับ 4.368 แสนล้านดอลลาร์  ขณะที่ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่าย ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่เติบโต 0.2% ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่กลับมาส่งสัญญานการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ จากที่สัปดาห์ตัวเลขการจ้างงานออกมาดี


ปัจจัยในประเทศ

ธนาคากรุงไทยลดคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้เหลือ 3.0-3.5% แนวโน้มเศรษฐกิจยังดูอ่อนแอต่อเนื่อง ล่าสุดสายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารกรุงไทย ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยลงจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 3.9% เหลือ 3.0-3.5% โดยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของนักธุรกิจในช่วงไตรมาสแรก พบว่าปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 51.53 ตามการลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นทั้งในปัจจุบันและอนาคต หลังเศรษฐกิจในไตรมาสแรกฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด

ส่วนปัจจัยหนุนในอนาคตคาดมาจาก จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวดีขึ้น ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มทรงตัวในระดับต่ำ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งจะส่งผลบวกต่อต้นทุนธุรกิจ รวมถึงมีความคาดหวังเชิงบวกต่อมาตรการลงทุนภาครัฐที่จะเริ่มเห็นผลชัดเจนในครึ่งปีหลัง


สัญญานทางเทคนิค   ยังมีแนวโน้มของการปรับลงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวานนี้จะเห็นการรีบาวด์ แต่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ขณะที่ไม่สามารถขึ้นไปปิดเหนือระดับแนวต้านสำคัญ 1500 จุดได้ สัญญานเชิงลบจะชัดเจนขึ้นหากวันนี้กลับมาปิดลบ โดยเฉพาะหากต่ำกว่า 1480 จุดลงมา โดยมีแนวรับย่อยถัดไปที่ 1460/1450 จุด แนวรับหลักถัดไป 1420 จุด