วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BANPU - ซื้อเมื่ออ่อนตัว

รายงานกำไรสุทธิ 69 ล้านบาท +5%QoQ -96%YoY

ประเด็นการลงทุน

- รายงานกำไรสุทธิ 1Q58 +5%QoQ -96%YoY : BANPU รายงานกำไรสุทธิ 1Q58 อยู่ที่ 69 ล้านบาทต่ำกว่าที่เราประมาณการไว้เนื่องจากมีขาดทุนจากอนุพันธ์ทางการเงินและขาดทุนจากค่าเงินบาทจำนวน 671 ล้านบาทซึ่งหากไม่รวมขาดทุนดังกล่าวจะทำให้ BANPU มีกำไรปกติที่ 740 ล้านบาทซึ่งใกล้เคียงกับที่เราประมาณการไว้ โดยกำไรของ BANPU ถูกกดดันจากปริมาณขายถ่านหินในออสเตรเลียลดลง 0.16 ล้านตันสู่ระดับ 3.66 ล้านตันเมื่อเทียบเป็นรายปี ในขณะที่ปริมาณขายถ่านหินจากประเทศอินโดนีเซียยังทรงตัวที่ระดับ 7.11 ล้านตันเมื่อเทียบกับปีก่อน อีกทั้งราคาถ่านหินก็ปรับตัวลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของ BANPU ประจำไตรมาส 1/58 อยู่ที่ 57.52 ดอลลาร์ต่อตันปรับตัวลง 17% เมื่อเทียบเป็นรายปี อย่างไรก็ตามธุรกิจโรงไฟฟ้ายังสร้างกำไรอย่างมีเสถียรภาพแก่ BANPU ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

- เริ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหงสาเฟส 1 แล้วและเฟส 2 จะเดินเครื่องปลายปี : ในปัจจุบันเริ่มมีการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าหงสาเฟส 1 (600MW) แล้วและคาดว่าจะเดินเครื่องเฟส 2 (600MW) ได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายนซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของ BANPU อีก 480 MW ณ ปลายปี 58 และต้นปี 59 โรงไฟฟ้าหงสาเฟสสุดท้าย (600MW) จะเริ่มเดินเครื่องส่งผลให้ BANPU จะมีกำลังการผลิตไฟรวม 1,638 MW ฝ่ายวิจัยคาดว่าโรงไฟฟ้าหงสาจะช่วยหนุนกำไรให้แก่ BANPU อย่างน้อย 1,500 ล้านบาทต่อปีหากโรงไฟฟ้าหงสาสามารถดำเนินการผลิตไฟฟ้าได้เต็มปีซึ่งจะเป็นตัวหนุนต่อกำไรให้มีเสถียรภาพในระยะยาว

- ในอนาคตมีแผนขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง : ภายในปี 60 บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าในประเทศจีนอีก 583 MW และมีแผนขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้า BLCP อีก 1,000 MW ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนต่อกำไรของบริษัทให้มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะ 3 ปีต่อจากนี้

- แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” โดยมีราคาเป้าหมายปี 58 ที่ 35.60 บาท : คาดผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดหลังรายงานงบการเงินไตรมาส 1/58 แม้จะคิดเป็นเพียง 2% ของประมาณการแต่เป็นผลจากรายการพิเศษ ในไตรมาส 2 ปริมาณขายถ่านหินอาจปรับตัวลงเนื่องจากจะมีการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ Long wall ในออสเตรเลีย และมีการซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า BLCP หน่วยผลิตที่ 2 กำลังการผลิต 600 MW ในเดือน พ.ค. ส่งผลให้กำไรในไตรมาส 2 อาจไม่ต่ำกว่าที่ทางเราได้คาดไว้ แต่ในระยะยาวกำไรยังคงได้รับแรงหนุนจากกำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมของ BANPU ด้วยวิธี PBV Ratio โดยอิง Prospective PBV ที่ 1.3 เท่าจะได้ราคาเหมาะสมในปีนี้ที่ 35.60 บาท แต่ปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” จากเดิม “ซื้อ” โดยอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการในปีนี้