วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

QH - ซื้อ

ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 5% แต่กำไรยังเติบโต 16%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- ในช่วง 1Q58 มีกำไร 559 ล้านบาทลดลงเมื่อเปรียบเทียบทั้งQoQ และ YoY : ในช่วง 1Q58 มีกำไรสุทธิ 559 ล้านบาท ลดลง 14%QoQ และ 11%YoY เนื่องจากมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงเนื่องจากคอนโดมิเนียมที่โอนลดลง 2 โครงการ รายได้ธุรกิจโรงแรมปรับดีขึ้นหลังยกเลิกกฎอัยการศึก รวมทั้งส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก LHBANK และกองทุนรวมอสังหาฯ QHHR ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมทรงตัว YoY ที่ระดับ 32% แต่ลดลงจาก 33% ใน 4Q57 ทั้งนี้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมที่ระดับ 22% เพิ่มขึ้นจาก 19% ใน 1Q57 แต่ลดลงจาก 23.4% ใน 4Q57 เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งรายจ่ายพิเศษจากการตั้งสำรองเงินกู้ให้บริษัทย่อยในเวียดนามจำนวน 30 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ต้องจับตาว่านโยบายการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของผู้บริหารใหม่จะทำได้มากน้อยแค่ไหน

- ปรับประมาณการกำไรปี 58 ลดลง 5% แต่กำไรยังเติบโต 16% : กำไรใน 1Q57 ทำได้เพียง 14% ของประมาณการทั้งปีที่เกือบ 4 พันล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายและบริหารต่อรายได้รวมมีแนวโน้มสูงกว่าประมาณการ ทำให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้รวมจากเดิม 17% เป็น 18% ส่งผลให้ประมาณการกำไรใหม่สำหรับปี 58 ลดลง 5% เหลือ 3.87 พันล้านบาทซึ่งยังมีอัตราการเติบโต 16%YoY แต่อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นทรงตัวเนื่องจากมีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น 17% จากการจ่ายหุ้นปันผลในอัตราส่วน 6 หุ้นเดิม : 1 หุ้นปันผล (วันจ่าย 15 พ.ค. )ทั้งนี้แนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2Q58 น่าจะปรับดีขึ้นจากไตรมาสแรกเนื่องจากการโอนโครงการคอนโดมิเนียมที่มากขึ้น โดยในปีนี้มีกำหนดโอนคอนโดมิเนียมรวม 7 โครงการสูงกว่าปี 57 ที่มีเพียง 3 โครงการ

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมเหลือ 4.30 บาทจากเดิม 5.30 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ QH ยังดีจากการมีสินค้าที่หลากหลายสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม อีกทั้งยังมีสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากการถือหุ้น HMPRO(20%) และ LHBANK(22%) ซึ่งผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตดี นอกจากนี้ยังถือหุ้นในกองทุนรวม QHPF (26%) และ QHHR(31%) อีกด้วย ตามประมาณการกำไรสุทธิใหม่ทำให้ราคาเหมาะสมซึ่งอิงวิธี Prospect PER ที่ระดับ 12 เท่าลดลงจาก 5.30 บาทเหลือ 4.32 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่คาดการณ์ Dividend yield ราว 5-6% ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจ ทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”