วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BIGC - ซื้อ

คลังสินค้าแห่งใหม่จะช่วยหนุนกำไร

ประเด็นการลงทุน

หลังจากที่เราเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ เรามีมุมมองเชิงลบมากขึ้นต่อแนวโน้มการดำเนินงานระยะสั้นของ BIGC เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศยังคงชะลอตัวอีกทั้งยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวในอนาคตอันใกล้นี้ พร้อมกันนี้จำนวนการขยายสาขาใหม่ก็น้อยกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แต่อย่างไรก็ตาม การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรการเพิ่มประสิทธิภาพของซัพพลายเชนจะช่วยหนุนให้ BIGC รายงานการเติบโตกำไรปี 2558 ที่ 8.5% ถึงแม้ว่าการเติบโตของยอดขายจะอยู่ที่เพียง 3% เท่านั้นก็ตาม นอกจากนี้แม้ว่าจะมีการปรับลดประมาณการกำไรลง แต่มูลค่าการซื้อขายในปัจจุบัน (PER ปี 2558 ที่ 22.6เท่า) ก็ยังคงถูกที่สุดในกลุ่มค้าปลีก เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

การขยายสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตล่าช้าออกไป

BIGC ปรับลดจำนวนการเปิดสาขาไฮเปอร์มาร์เก็ตในปีนี้ลงเหลือเพียงแค่สาขาเดียวเท่านั้น จากก่อนหน้าที่วางแผนว่าจะเปิด 3 สาขา โดยบริษัททำการเลื่อนเปิดอีก 2 สาขาไปไว้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 เนื่องจากได้รับใบอนุญาตก่อสร้างล่าช้า อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงแผนการขยายสาขาบิ๊กซีมาร์เก็ตและมินิบิ๊กซีที่จำนวน 18 สาขาและ 150 สาขาตามลำดับ พร้อมทั้งยังคงงบการลงทุนไว้ที่ 7-8 พันล้านบาท เนื่องจากใช้งบเพื่อปรับปรุง 5 สาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เช่าแทน แต่อย่างไรก็ตามการปรับปรุงดังกล่าวจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการดำเนินงานของทั้ง 5 สาขานี้ในระยะสั้น ซึ่งเมื่อรวมถึงความล่าช้าในการเปิดตัวไฮเปอร์มาร์เก็ตสาขาใหม่ ประมาณการกำไรปี 2558-2559 ของเราจึงถูกปรับลดลง 2% และ 3% ตามลำดับ พร้อมทั้งปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของเราลงเหลือ 260 บาท จาก 270 บาท

ประโยชน์จากคลังสินค้าใหม่จะชดเชยอัตรากำไรของยอดขายที่อ่อนตัวลง

ผู้บริหารกล่าวว่าการบริโภคโดยรวมยังคงชะลอตัว ซึ่งมีเพียงสาขาในกรุงเทพฯ สถานที่ท่องเที่ยวและใกล้ชายแดนเท่านั้นที่ยังมีผลการดำเนินงานที่ดี ส่วนยอดขายรวมในเดือนเม.ย.ยังคงชะลอตัวพอๆกับในเดือนมี.ค. โดยผู้บริหารกล่าวว่าบริษัทอาจต้องออกโปรโมชั่นให้มากขึ้นเพื่อดึงดูดลูกค้า แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงเป้าอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาที่ 11.4% ทรงตัวจากปี 2557 ซึ่งผลประโยชน์จากคลังสินค้าใหม่น่าจะเพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากโปรโมชั่นดังกล่าวได้ทั้งหมด ทั้งนี้ให้สังเกตว่า ถึงแม้ว่ายอดขายจะอ่อนตัวลงและผลประโยชน์จากคลังสินค้าอาหารสดแห่งใหม่ยังไม่เข้ามาในไตรมาส 1/58 แต่อัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาก็ยังคงเพิ่มสูงขึ้น 20bps YoY เป็น 9.8%

จะเห็นผลประโยชน์จากคลังสินค้าอาหารสดเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

คลังสินค้าอาหารสดแห่งใหม่สร้างแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนมี.ค. แต่ BIGC เพิ่งเริ่มย้ายการดำเนินงานจากคลังสินค้าแห่งเก่า 2 แห่งมายังคลังสินค้าแห่งใหม่นี้ในวันที่ 22 เม.ย. เนื่องจากบริษัทต้องการที่จะหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่ยุ่งที่สุด

โดยคลังสินค้าแห่งนี้ได้เริ่มกระจายสินค้าไปยังไฮเปอร์มาร์เกต 20 แห่งและมินิบิ๊กซีโสตร์ทุกสาขา พร้อมทั้งตั้งเป้าให้ว่าจะให้กระจายสินค้าไปยังสาขาอื่นๆทั้งหมดภายในเดือนพ.ค. โดยคลังสินค้านี้จะหนุนอัตรากำไรให้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจาก 1.) ช่วยสร้างการประหยัดต่อขนาดโดยการรวมการดำเนินงานของสองคลังสินค้าไว้แค่เพียงแห่งเดียว, 2.) รายได้ค่าธรรมเนียมศูนย์กระจายสินค้าจากซัพพลายเออร์สูงขึ้น และ 3.) ลดการเน่าเสียของอาหารสด