เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” AEONTS เพราะ valuation ต่ำ (PER ปีบัญชี 2558 ที่ 9.5 เท่า) และโอกาสเติบโตมีมากขึ้น
บริษัทย่อยในกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง กำไรในปีบัญชี 2558 จะได้รับการสนับสนุนจากสินเชื่อที่เติบโตแบบเร่งตัวขึ้นพร้อมกับต้นทุนทางการเงินและอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อรวมที่ลดลง
ตั้งสำรองลดลง หลังจากตั้งสำรองพิเศษจำนวน 400 ล้านบาทในปีบัญชี 2557 เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนนโยบายบัญชีมาใช้วิธีกันสํารองแบบรายกลุ่มสินเชื่อ (collective approach) AEONTS ก็วางแผนตั้งสำรองลดลงสู่จาก 5 พันล้านบาทในปีบัญชี 2557 สู่ประมาณ 4.7 พันล้านบาทในปีบัญชี 2558 ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในปีบัญชี 2558 ของ AEONTS ลดลง 8% สู่ 4.8 พันล้านบาท (คิดเป็นค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อรวมที่ 7.5%) เพื่อสะท้อนเป้าหมายใหม่ดังกล่าว
สินเชื่อจะเติบโตแบบเร่งตัวขึ้นในปีบัญชี 2558 แต่ดีน้อยกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ในปีบัญชี 2558 AEONTS ตั้งเป้าสินเชื่อส่วนบุคคลโต 10% (เทียบกับ 3% ในปีบัญชี 2557) และสินเชื่อบัตรเครดิตโต 8% (เทียบกับ 14% ในปีบัญชี 2557) ดังนั้นเราจึงปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของสินเชื่อปีบัญชี 2558 ของ AEONTS ลดลงจาก 15% สู่ 10% (เทียบกับ 7% ในปีบัญชี 2557) เพื่อสะท้อนเป้าหมายดังกล่าว รวมถึง GDP ที่โตต่ำกว่าคาด AEONTS วางแผนผ่อนคลายมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อในปีนี้หลังจากตั้งสำรองไว้ในระดับที่น่าพอใจในปีที่ผ่านมา
ได้ประโยชน์จากการลดอัตราดอกเบี้ย สินเชื่อทั้งหมดของ AEONTS มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ อย่างไรก็ดี เงินทุน 30% ของบริษัทมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ดังนั้น AEONTS จะได้รับประโยชน์เล็กน้อยจากการลดอัตราดอกเบี้ยในแง่ของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เราคาดว่า NIM จะปรับเพิ่มขึ้น 0.25% ในปีบัญชี 2558
บริษัทย่อยในกลุ่มประเทศ CLMV มีโอกาสเติบโตเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทย่อยในกัมพูชาและเมียนมาร์ กำไรที่บริษัทย่อยในกัมพูชาจะเติบโตสูงมากอย่างน้อยในระยะ 3 ปีข้างหน้าจาก 28 ล้านบาทในปีบัญชี 2557 การเปิด AEONT Mall ในกรุงพนมเปญในเดือน มิ.ย.ปีที่ผ่านมาเป็นหนึ่งในปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ นอกจากนี้บริษัทย่อยในกัมพูชาก็วางแผนออกผลิตภัณฑ์บัตรเครดิตในปีนี้ด้วย ส่วนในเมียนมาร์ การที่ธนาคารต่างชาติ 9 แห่ง (รวมถึง BBL) ได้รับอนุญาตให้เปิดสาขาในเมียนมาร์จะเปิดโอกาสให้ AEONTS กู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนได้ โดยก่อนหน้านี้บริษัทย่อยในเมียนมาร์ต้องใช้เงินทุนทั้งหมดจากส่วนของทุน เนื่องจากไม่สามารถขอเงินกู้ธนาคารในเมียนมาร์ได้ ดังนั้นการที่บริษัทสามารถกู้ยืมเงินได้จะเปิดโอกาสให้ธุรกิจในเมียนมาร์เติบโต บริษัทย่อยในเมียนมาร์เริ่มทำกำไรได้แล้วในปีบัญชี 2558 เพราะไม่มีคู่แข่ง
เหมาะกับโครงการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์มากที่สุด แต่จะไม่เร่งรีบ ในจำนวนบริษั
ทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจสินเชื่ออุปโภคบริโภคซึ่งแสดงความสนใจเข้าร่วมโครงการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ทั้งหมด AEONTS อยู่ในตำแหน่งดีที่สุดที่จะทำธุรกิจนี้ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันในตลาดระดับล่าง อย่างไรก็ตาม AEONTS จะไม่เร่งรีบขอใบอนุญาตทำธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เนื่องจากบริษัทต้องการศึกษาตลาดนี้อย่างละเอียดก่อน AEONTS อ้างว่าหลักเกณฑ์สำหรับโครงการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ 36% ซึ่งไม่อนุญาตให้เก็บค่าธรรมเนียมติดตามหนี้เพิ่มเติม ไม่เหมือนกับการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยที่ 28% สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลที่อนุญาตให้ผู้ประกอบการเก็บค่าธรรมเนียมติดตามหนี้เพิ่มเติมได้ การไม่อนุญาตให้เก็บค่าธรรมเนียมติดตามหนี้สำหรับสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ทำให้ AEONTS ยังไม่ต้องการที่จะเข้าไปเจาะตลาดนี้เพราะมีต้นทุนการติดตามหนี้สูง









