วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์ ท่ามกลางความผันผวน

ระยะสัปดาห์-รอซื้อคืนบริเวณต่ำกว่า 1500 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1515-1540 จุด จับตารายงานตัวเลขเศรษฐกิจและผลกำไรบจ.

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ซึ่งมีเพียง 3 วันทำการ จะเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 1515-1540 จุด อิง สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นโลกจะผันผวน รอรายงานเศรษฐกิจและผลกำไรบจ. ซึ่งจะมีจำนวนมาก โดยไฮไลท์อยู่ที่ สหรัฐฯ จะรายงานผลกำไรของบจ. กว่า 80 แห่งที่คำนวณในดัชนี S&P และลุ้นรายงานจ้างงานเดือนเมษายน คาด +204k (Vs มี.ค. +126k) จีนจะรายงานการค้าระหว่างประเทศ (8 พ.ค. จับตาสัญญาณฟื้นตัว หลังส่งออก มี.ค. -15%y-y นำเข้า -12.7%) ผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (8 พ.ค.) ผลการเลือกตั้งอังกฤษ (7 พ.ค.) ส่วน
ทิศทางตลาดหุ้นโลกวันนี้ จะจับตา สุนทรพจน์ของประธานเฟดและIMF เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและการส่งสัญญาณดอกเบี้ยฯเฟดในอนาคต หลังประธานเฟดบางท่านเริ่มส่งสัญญาณเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยไปเป็นต้นปี

ส่วนต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง โดย จีนรายงานตัวเลข HSBC PMI เมษายน ที่หดตัว 48.9 (Vs มีค 49.6) และทางการจีนส่งสัญญาณให้ระมัดระวังการลงทุนในหุ้น ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นจีนวานนี้ -4% ส่วนอินโดนีเซียรายงาน 1Q58 GDP 4.7%y-y (ต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 4.9% y-y Vs +5%y-y ใน 4Q57) ธ.กลางออสเตรเลียปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งที่สองของปีนี้อีก 0.25% เป็น 2% (surprise ตลาด) และสหรัฐฯวานนี้ รายงานขาดดุลการค้า มี.ค. สูงสุดตั้งแต่ ต.ค. 2511 -5.14 หมื่นล้านดอลล์ (Vs ก.พ. -3.59 หมื่นล้านดอลล์) โดยนำเข้าพุ่ง 7.7%m-m หลังจากท่าเรือตะวันตก ที่หยุดไปเริ่มกลับมาดำเนินการตามปกติ หลังจาก -8% ในช่วง 2 เดือนแรกปีนี้ และคาดว่าจะส่งผลลบต่อ 1Q58F GDP ครั้งที่สอง อาจแย่ลงเป็น -0.2%q-q (Vs ประกาศครั้งแรก 0.2%w-w) ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นโลกเช้านี้


กลยุทธ์ ระยะสัปดาห์-รอซื้อคืน <1500 จุด หุ้นที่น่าสนใจสำหรับการซื้อเล่นเก็งกำไรที่แนวรับ ได้แก่

1. หุ้นทีมีการปรับ Target Price สูงสุด ได้แก่ SCN+34.4% COL+8.6% BMCL+6.7% IRPC+6.5% TUF+4.9% และ หุ้นที่อาจมีแรงขายระยะสั้น (อาจเป็นจังหวะซื้อสะสมสำหรับลงทุน 3 เดือน ได้แก่ SPALI RS WORK)

2. หุ้นที่มีประเด็นสัปดาห์นี้ แนะนำ กลุ่มอุตฯที่ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่า(+กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว) และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว (+กลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี) และ เลือกเก็งกำไร บจ กำไรเติบโตดี (หุ้น High Growth ที่มี %upside >10% ได้แก่ BCP AAV MONO NWR PACE SGP TRT ERW)


ประเด็นเด่นสัปดาห์นี้ ที่ตลาดให้ความสนใจ ได้แก่

1) ผลกำไรบจ. ทั้งสหรัฐฯ และไทย จะยังคงรายงานผลกำไรบจ. อย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อหลักทรัพย์รายตัว โดยสัปดาห์นี้จับตาผลกำไร IRPC PTTGC THCOM CPALL QH BCP ADVANC

2) ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ จะจับตารายงานจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ เดือนเมษายน โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.3 แสนราย (Vs มี.ค. เพิ่มขึ้นผิดคาดของตลาด +1.26 แสนราย) อัตราว่างงานลดลงเหลือ 5.4% (Vs มี.ค. 5.5%) และคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส2/58 จะแข็งแกร่งขึ้นหลังเหตุปิดท่าเรือฝั่งตต. สิ้นสุดไปแล้ว

3) การกลับมาอ่อนค่าของสกุลบาท (ทะลุ 33 บาท/USD) ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก ท่องเที่ยว ขณะที่กลุ่มอุตฯ ค้าปลีก สายการบิน จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นสูงกว่าคาดการณ์

4) ตลาดหุ้นโลก ผันผวน หลังเฟดไม่ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมล่าสุด ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯที่เติบโตช้า อาจส่งผลต่อผลกำไรบจ. ชะลอกว่าคาดการณ์ ขณะที่ประเด็นบวก จะมุ่งไปยังข่าว M&A


ปัจจัยต่างประเทศ

การเจรจาหนี้กรีซยังไร้ข้อสรุป กดดันตลาดหุ้น หลังการเจรจาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังไร้ความคืบหน้า โดยขณะนี้มีการกำหนดการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 11 พ.ค. ล่วงหน้า 1 วันก่อนที่กรีซต้องชำระหนี้ก้อนใหญ่ราว 774 ล้านยูโรให้กับ IMF ขณะที่วันนี้ตลาดจับตาการหารือของคณะกรรมการอีซีบีว่าจะมีการเพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินให้กับธนาคารพาณิชย์ของกรีซหรือไม่ หลังประสบปัญหามีผู้แห่ไปถอนเงินจากความกังวลว่ากรีซจะผิดนัดชำระหนี้ ความกดดันดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปวานนี้ร่วงลงแรง โดยเฉพาะหุ้นกรีซปิดลบกว่า 3.9% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้น (2 ปี) พุ่งขึ้น 149 basis points มาอยู่ที่ 20.98%


สัญญาณทางเทคนิค : คาดดัชนีฯสัปดาห์นี้แกว่งตัวอยู่ในกรอบ 1515-1540 จุด แต่เรายังคงให้น้ำหนัก 80% ว่าดัชนีฯจะเลือกเป็นทิศทางขาลงไปที่แนวรับ 1470/1500 จุดในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมีแนวรับสัปดาห์นี้ที่ 1515/1500 จุด และแนวรับสัปดาห์ต่อไปที่ 1484.91 จุด ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดที่ทำไว้เมื่อ 27/3/58 ส่วนกรณีที่ดีกว่าคาด จะซื้อคืน หากดัชนีฯ ทะลุ 1540 จุด