ระยะสัปดาห์-รอซื้อคืนบริเวณต่ำกว่า 1500 จุด
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ลดลง (สลับรีบาวด์) หลังเศรษฐกิจไทย/สหรัฐ อ่อนแอกว่าคาด แนะนำ เลือกลงทุนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง และหุ้นปันผลสูง
คาดดัชนีฯ วันนี้ ลงต่อ (สลับรีบาวด์) แนวรับ 1513/1500 จุด แนวต้าน 1530/1540 จุด โดยปัจจัยต่างประเทศกลับมาเป็นลบ หลังสหรัฐรายงาน GDP เติบโตต่ำกว่าคาด(0.2%q-q Vs 4Q57 +2.2%) และเฟดไม่ส่งสัญญาณว่าจะเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ยออกไป ส่วนตลาดหุ้นยุโรปร่วงลงแรงตามการแข็งค่าของเงินยูโร และปัญหาหนี้กรีซที่กดดัน โดย อีซีบีเพิ่มวงเงินกู้ฉุกเฉินให้ธนาคารพาณิชย์กรีซ บ่งชี้ถึงภาวะเงินฝากไหลออกต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ไม่ตอบรับเชิงบวก หลังกนง. surprise ตลาดด้วยการลดดอกเบี้ยลง 0.25% จากความกังวลต่อเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่นักลงทุนชาติขายสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง
เราประเมินว่าดัชนีฯ ยังมีโอกาสปรับลงต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่ม Consumer Finance ลิสซิ่ง หุ้นปันผลสูง จะ Outperform ตลาด เช่นเดียวกันกับหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี ที่มีสัญญาณฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบเป็นตัวสนับสนุน ขณะที่กลุ่มแบงก์ สินค้าคงทน กลุ่มส่งออก คาดยังคงมี Downside risks จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
กลยุทธ์ ระยะสัปดาห์-รอซื้อคืน<1500 จุด (ภายใต้รูปแบบ Cycle Down ดัชนีฯ จะอยู่ในลักษณะรีบาวด์ เพื่อลงต่อ โดยแนวต้านลดเหลือ 1540/1555 จุด แนวรับ 1500/1480 จุด) แนะนำ SAWAD MTLS / SPALI BTS
ปัจจัยต่างประเทศ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาสแรกแทบไม่โต โดยเติบโตเพียง 0.2%QoQ จากที่ตลาดคาดจะเติบโตที่ระดับ 1.1% และลดลงจาก 4Q57 ที่ระดับ 2.2% โดยปัจจัยที่กดดันจีดีพีสหรัฐมาจากการชะลอลงของการลงทุนภาคเอกชน และการส่งออก จากตัวเลขที่อ่อนแอในไตรมาสแรก ทำให้นักเศรษศาสตร์จากหลายแห่ง ลดคาดการณ์จีดีพี 2Q58 ลงอีก (ดูรูปประกอบในเล่ม)
เฟดไม่ส่งสัญญาณเลื่อนการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยเฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะปรับดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี แม้ไตรมาสแรกจะอ่อนแอกว่าคาด ขณะที่ตลาดแรงงานมีการปรับตัวดีขึ้นเข้าสู่เป้าหมายของเฟด ซึ่งเฟดเน้นย้ำว่าการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยจะขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจเป็นหลัก และการปรับขึ้นจะพิจารณาในแต่ละการประชุมไป ซึ่งเปิดโอกาสให้อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งใดก็ได้ ทั้งนี้จากผลสำรวจของบลูมเบิร์ก นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ (70%) คาดจะมีการปรับดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือน ก.ย. ปีนี้
อีซีบีเพิ่มวงกู้ฉุกเฉินให้ธนาคารพาณิชย์กรีซ โดยวานนี้ได้เพิ่มเพดานวงเงินขึ้นอีก 1.4 พันล้านยูโร เป็น 76.9 พันล้านยูโร ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขาดเงินของธนาคารพาณิชย์กรีซที่เพิ่มขึ้นหลังผู้ฝากแห่ไปถอนเงิน ขณะที่รายงานของธนาคารกลางกรีซชี้ว่า เงินฝากในประเทศลดลงกว่า 1.9 พันล้านยูโร มาอยู่ที่ 138.6 พันล้านยูโร ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2005 ขณะที่การเจรจาแผนปฏิรูปเศรษฐกิจกรีซยังดำเนินต่อไป โดยกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ตั้งเป้าจะตกลงเบื้องต้นกันให้ได้ภายในวันอาทิตย์นี้ และจะเซ็นข้อตกลงในวันที่ 11 พ.ค.
ปัจจัยในประเทศ
กนง. มีมติ 5 ต่อ 2 ปรับดอกเบี้ยลงอีก 0.25% มาอยู่ที่ 1.50% เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้ช้ากว่าคาด โดยเฉพาะการส่งออก และมีความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อที่ลดต่ำลง ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี เรามองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ น่าจะเป็นการลดครั้งสุดท้ายในปีนี้ เนื่องจากต่อจากนี้เศรษฐกิจน่าจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น ตามการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งนี้ หลังการลดดอกเบี้ยของ
กนง. วานนี้ ตลาดหุ้นไทยไม่ได้ตอบรับในเชิงบวกเหมือนครั้งก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ดูอ่อนแอลงค่อนข้างมาก และนักลงทุนบางส่วนมองว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ยังไม่มากพอที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับแรงขายของนักลงทุนต่างชาติหลังค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไม่จูงใจต่อการเข้ามาลงทุนในไทย
สัญญาณทางเทคนิค : สัญญาณระยะสั้นบ่งชี้โอกาสการอ่อนตัวต่อเนื่องของดัชนีฯ หลังวานนี้ปิดต่ำกว่า แนวรับ 1540 จุด และต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย SMA ทุกเส้น ขณะที่ indicator ระยะสั้นอื่นๆ เช่น RSI และ MACD แนวโน้มหักตัวลงเช่นเดียวกัน (สัญญาณ MACD วานนี้ตัดเส้น signal line และเส้น 0 ลงมาแล้ว เป็นสัญญาณบ่งบอกแนวโน้มการปรับฐาน) โดยดัชนีฯ มีแนวรับหลักต่อไปที่ 1500/1480 จุด









