สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (16 -22 เม.ย. 2558) :
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวลง โดย DJIA -0.4%, CAC ฝรั่งเศส -0.8%, DAX -3.0% และ FTSE -1.0% ความกังวลต่อสถานะการเงินของกรีซ หลัง S&P ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงจาก B+ เหลือ CCC- และจะครบกำหนดเจรจาหนี้กับ EU ในวันที่ 24 เม.ย. อย่างไรก็ตามการปรับตัวลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯจำกัด เนื่องจาก Goldman Sachs/ Facebook / AT&T / EBay ประกาศงบ 1Q58 ออกมาดีกว่าคาดการณ์
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (16 -22 เม.ย. 2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 7.7% แม้ว่าจะปรับตัวลงก่อนในช่วงต้นสัปดาห์จากประเด็นลบหลังจีนออกมาตรการห้าม trading-margin ของบริษัทประเภททรัสต์ อย่างไรก็ตามมีประเด็นบวกช่วยสนับสนุนการขึ้นของตลาดหุ้นจีนเมื่อธนาคารกลางจีนประกาศลด RRR ลงถึง 1.00% เป็น 18.5% เป็นการลดลงครั้งที่ 2 ในรอบปี รวมถึงการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มค้าปลีกอย่าง Kweichow Moutai หลังรายงานผลประกอบการใน 1Q58 ดีกว่าที่ตลาดคาด
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (16 -22 เม.ย. 2558) : SET INDEX ปรับตัวลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา นำโดยกลุ่มหลักอย่างกลุ่มธนาคารเมื่อ TMB และ KTB รายงานผลประกอบการ 1Q58 ออกมาต่ำกว่าคาด รวมถึงนักลงทุนรอความชัดเจนของการเจรจาระหว่างกรีซ และ เจ้าหนี้อียู ที่ใกล้เส้นตาย 24 เม.ย.ปิดที่ระดับ 1,552.01 จุด ลดลง 17.99 จุด หรือ -1.15% ณ วันที่ 22 เม.ย.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (24 -30 เม.ย. 2558) : MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 พร้อมให้ภาพ SET INDEX จะขยับลักษณะ Sideways-to-Sideways-Up เพื่อทดสอบด่านสำคัญ 1,580-1,590 จุด ด้วยปัจจัยผลักดันดังนี้
การเก็งกำไรต่อผลการดำเนินงาน 1Q58 ในกลุ่มที่ไม่ใช่ธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่ม ICT / พลังงาน / ปิโตรเคมี แนวโน้มผลการดำเนินงานจะเติบโต yoy 2 qoq
การเก็งกำไรต่อการประชุม กนง. วันที่ 29 เม.ย. หากพิจารณาจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยที่เริ่มปรับตัวลงแรงในสัปดาห์นี้ สะท้อนถึงโอกาสที่ กนง. จะพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย RP1 วันในการประชุมครั้งนี้ พอจะมีน้ำหนัก แม้ว่า MBKET จะคงประมาณการอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.75% ก็ตาม
การประชุมเฟด วันที่ 28-29 เม.ย. ตลาดคาด เฟด จะพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เท่าเดิม แต่การส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินจากนี้ไป เฟดน่าจะยังอ้างถึงตัวเลขเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง การจ้างงานที่ยังไม่แข็งแกร่ง เป็นตัวแปรที่ทำให้เฟดยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินได้ในขณะนี้
ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่าง กรีซ และ เจ้าหนี้อียู แม้ว่าจะไม่ได้ข้อสรุปภายในเส้นตายวันที่ 24 เม.ย. แต่กรีซ ยังถือมีเวลาการเจรจาไปจนถึงกลางเดือนพ.ค. อาจทำให้บรรยากาศการลงทุนโดยรวมทรงตัว
จากภาพรวมของปัจจัยสำคัญข้างต้น กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนำ “ขึ้นแรงขาย และ ซึมตัวลงซื้อเก็งกำไร” โดยเน้นหุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานใน 1Q58 จะเติบโตโดดเด่น เป็นทางเลือกของการลงทุน
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประชุม ครม. วันอังคาร และครม.เศรษฐกิจ วันพุธ คาดว่าจะมีการพิจารณาแผนการลงทุนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง หรือ ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย - ญี่ปุ่น รวมถึงโครงการทวาย
2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมี.ค.ของไทย ธปท. รายงานวันที่ 30 เม.ย. เราเชื่อว่าตัวเลขการท่องเที่ยวจะยังเป็นปัจจัยเด่นที่สำคัญ ตามมาด้วยการเกินดุลการค้า และ ดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ช่วยให้ฐานะการคลังของไทยแข็งแกร่งขึ้น
3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะดัชนี PMI ภาคการผลิต - บริการ ซึ่งจะมีผลต่อโอกาสที่รัฐบาลจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาหรือไม่ ณ ปัจจุบัน ต่างคาดหวังถึงเม็ดเงินจากนโยบายการคลังมากขึ้น หลัง ธนาคารกลางจีนได้ผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธ.ค. 2557
-----------------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









