กำไรไตรมาส 1/58 ตามคาด
BBL รายงานกำไรไตรมาส 1/58 ที่ 9.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 7% QoQ ตามคาด ตั้งสำรองหนี้สูญฯของธนาคารเพิ่มขึ้น 42% YoY และ 217% QoQ เป็น 3 พันล้านบาท (เราคาดไว้ที่ 2.5 พันล้านบาท) กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียของธนาคารในไตรมาส 1/58 อยู่ที่ 13.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และ 21% QoQ กำไรไตรมาส 1/58 คิดเป็น 22.4% ของประมาณการกำไรปี 2558 ของเรา
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อลดลง 0.4% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 1.6% YoY เป็น 1.77 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2558 แต่สินเชื่อ SME สินเชื่อต่างประเทศ และสินเชื่อบ้านปรับตัวขึ้น แต่สินเชื่อบรรษัทกลับปรับตัวลดลงจากการจ่ายคืนจำนวนมาก สำหรับยอดเงินฝากอยู่ที่ 2.12 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมาก 2.8% QoQ และ 9.6% YoY ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารลดลง 14 bps YoY และ 19 bps QoQ เป็น 2.1% จากเงินฝากที่เติบโตในอัตราที่สูงกว่าสินเชื่อ ในทางเดียวกัน สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารลดลงเป็น 84% ณ สิ้นเดือนมี.ค.จาก 85% ณ สิ้นปี 2557 รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 19% QoQ และ 14% YoY เป็น 8.1 พันล้านบาท ซึ่งดีกว่าที่เราคาด ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 10.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY แต่ลดลง 14% QoQ สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 43.5% ในไตรมาส 1/58 จาก 42.3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญฯที่ 3 พันล้านบาทในไตรมาส 1/58 เพิ่มขึ้นมาก 42% YoY และ 217% QoQ สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของธนาคารเพิ่มขึ้น QoQ เป็น 2.2% จาก 2.1% ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเป็น 190% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2558 จาก 204% ณ สิ้นปี 2557
แนวโน้ม
เราคาดกำไรของ BBL จะเติบโตยิ่งขึ้น YoY ในไตรมาส 2/58 หนุนโดยสินเชื่อที่เริ่มขยายตัวและตั้งสำรองหนี้สูญฯที่ลดลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2558 และ 2559 ไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เราเชื่อว่า BBL เป็นธนาคารที่แข็งแกร่งมากเนื่องจาก 61% ของพอร์ตสินเชื่อทั้งหมดนั้นมาจากสินเชื่อบรรษัท ซึ่งจะมีฐานะการเงินแกร่งกว่า สินเชื่อรายย่อย (หนี้สินภาคครัวเรือนของไทยยังคงอยู่ในระดับสูง) นอกจากนี้ ลูกค้าบรรษัทยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าลูกค้า SME ดังนั้นความจำเป็นที่จะต้องตั้งสำรองหนี้สูญสำหรับกลุ่มลูกค้าดังกล่าวจึงลดลง ทั้งนี้ 17% ของสินเชื่อรวมได้กระจ่ายไปยังต่างประเทศ (โดยมากในตลาดกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม [ตลาด CLMV])
ณ ไตรมาส 1/58 สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของธนาคารอยู่ที่เพียง 2.2% อีกทั้งธนาคารยังมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่ำที่สุดในกลุ่มที่ 190% ขณะนี้ หุ้นมีการซื้อขายด้วย PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ถูกมากเพียง 1.0 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 1.5 เท่าและค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารไทยที่ 1.4 เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ








