กำไรไตรมาส 1/58 ต่ำกว่าประมาณการของเราเล็กน้อยจากการตั้งสำรองที่เพิ่มสูงขึ้น
กำไรต่ำกว่าประมาณการของเรา 4.9%
BAY รายงานกำไรไตรมาส 1/58 ที่ 4.3 พันล้านบาท สูงขึ้น 32% YoY และ 10% QoQ ผลประกอบการต่ำกว่าประมาณการของเรา 4.9% เนื่องจากมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไตรมาส โดยธนาคารตั้งสำรองไตรมาส 1/58 ไว้ที่ 5.3 พันล้านบาทเทียบกับประมาณการของเราที่ 4.8 พันล้านบาท กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองค่าเผื่อหนี้เสียพุ่งสูงขึ้น 27% YoY และ 13% QoQ เป็น 10.5 พันล้านบาท กำไรสำหรับไตรมาส 1/58 คิดเป็น 24% ของประมาณการกำไรปี 2558 ของเราที่ 18 พันล้านบาท
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อสูงขึ้น 21.9% QoQ เป็นไปในทิศทางเดียวกับประมาณการของเรา โดยสินเชื่อบรรษัทโตเป็นอย่างมาก 78.2% QoQ จากการควบรวมกิจการกับธนาคารโตเกียว มิตซูบิชิ (สาขากรุงเทพฯ) ในขณะที่สินเชื่อกลุ่ม SME และรายย่อยหดตัวลง 3.6% QoQ และ 0.1% QoQ ตามลำดับ ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดของสินเชื่อ (ส่วนใหญ่มากจากสินเชื่อบรรษัท) หนุนให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 1/58 หดตัวลง 18 bps QoQ เป็น 4.09% จากในไตรมาสก่อนที่ 4.27% ดอกเบี้ยรับสุทธิปรับตัวสูงขึ้น 21% YoY และ 12%
QoQ เป็น 13.9 พันล้านบาท สอดคล้องกับการปรับตัวสูงขึ้นของสินเชื่อ
รายได้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้น 22% YoY และ 7% QoQ เป็น 4.7 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเป็น 9.3 พันล้านบาท สูงขึ้น 12% YoY และ 4% QoQ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ของ BAY เป็น 47% ในไตมาส 1/58 ลดลงจากไตรมาสที่แล้วที่ 49.1% และในช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนที่ 50.1% เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยรับสุทธิโตเร็วกว่า
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ธนาคารตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯเพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 29% YoY และ 8% QoQ เป็น 5.3 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการของเรา สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของ BAY ลดลง 2.36% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2558 จาก 2.8% ณ สิ้นปี 2557 ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 139.2% ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2558 จากสามเดือนที่แล้วที่ 133.0%
แนวโน้ม
เราคาดว่ากำไรไตรมาส 2/58 จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย QoQ และ YoY จากผลกระทบเชิงบวกจากการรวมธุรกิจกับ BTMU ในวันที่ 5 ม.ค. 2558 และแนวโน้มการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลง
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เรายังคงประมาณการกำไรปี 2558 และปี 2559
คำแนะนำ
เรายังคงคำแนะนำ ขาย BAY ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.) ผลกระทบจาก dilution ที่ 15% หลังจากที่มีการควบรวมกิจการกับ BTMU ในเดือนม.ค. (ด้วยปริมาณการถือครองหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือ free float ที่เพียง 3%), 2.) คาดจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการควบรวมกิจการกับ BTMU (อาทิเช่น ค่าใช้จ่ายตัดจ่ายและค่าความนิยม) และ 3.) ซื้อขายกันด้วย PER ณ สิ้นปี 2558 สูงที่ 17.7เท่า และ PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 1.6 เท่า เทียบกับ PER กลุ่มเฉลี่ยที่ 10.5เท่า และ PBV กลุ่มเฉลี่ยที่ 1.4เท่า






