วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Zig Zag Down

ขึ้น-ทยอยขาย โดย การซื้อเก็งกำไรรอบย่อยๆ จะพิจารณาที่บริเวณแนวรับ 1478/1459 จุด

Market Outlook

คาดดัชนีฯ สัปดาห์นี้ : Zig Zag Down ความเสี่ยงจากปัญหาการเมืองและ downwad revision ของเศรษฐกิจและกำไรบจ. แนะนำ Trading Buy ที่แนวรับ 1478/1459 จุด


คาดดัชนีฯ วันนี้ zig zag down แนวรับ 1478/1459 จุด โดยมีปัจจัยถ่วงตลาด จาก 1) นักลงทุนต่างชาติคาดว่าจะมีแรงขายสุทธิเพิ่มขึ้น หลังจาก Risk Premium ต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงการเมือง ประเด็นการผ่านร่างกฎหมายรธน. 2) Downward Revision รอบใหม่ต่อ ประมาณการเติบโตเศรษฐกิจและผลกำไรบจ. ไทย ส่วนปัจจัยหนุนตลาด จะมาจาก เม็ดเงินใหม่จากกองทุน Trigger Funds หลังหลายบลจ. ประกาศเปิดขายหลายพันล้านบาทในช่วงปลายเดือน มี.ค. อาทิ TISCOAM เปิดขายกองทริกเกอร์ 8% 27-31 มี.ค. ฯลฯ การทำ Window Dressing ช่วง 2 วันสุดท้ายของเดือนมีนาคม รวมถึงรัฐบาลอาจยกเลิกกฎอัยการศึก และใช้มาตรา 44 ออกเป็นคำสั่งคสช. แทน (เพิ่มมุมมองเชิงบวกของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะต่อภาคท่องเที่ยว) ขณะที่ สุนทรพจน์ของประธานเฟดวันศุกร์ ยืนยันปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยจังหวะการปรับขึ้นอยู่ที่ตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลัก

ปัจจัยที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้ ได้แก่ 1) รายงาน Minute ของประชุมอีซีบีล่าสุด (วันพฤหัสฯ) ตัวเลขภาคการผลิต จีน (วันพุธ คาด PMI ลดลงเล็กน้อยเป็น 49.7) สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนมีนาคม (รายงานที่แย่ลง จะส่งผลลบต่อแนวโน้มผลกำไรบจ. สหรัฐฯ) 2) รายงานเงินเฟ้อไทย เดือน มี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่น เดือน มี.ค. 3) ปัญหากรีซ จะเป็นข่าวดีหากมีความคืบหน้าในการเจรจาปรับหนี้ 4)XD Effect คาดว่าจะมีผลต่อดัชนีฯ ประมาณ 2 จุด โดย SCC INTUCH จะเป็นบจ. ที่มีผลกระทบต่อดัชนีฯสูงสุด 5) การ
สิ้นสุดของตราสารอนุพันธ์เดือนมีนาคม วันจันทร์นี้


กลยุทธ์ลงทุน : ขึ้น-ทยอยขาย โดยการซื้อเก็งกำไรรอบย่อยๆ จะพิจารณาที่บริเวณแนวรับ 1478/1459 จุด หุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ 1.หุ้นทีมี Upward revision TK SAMTEL THANI CBG JMART 2.หุ้น Non-Set 100 Index ที่น่าสนใจ ได้แก่ BA MTLS CKP SEAFCO 3.หุ้นที่มีโอกาสฟื้นตัวเร็ว (เป็นหุ้นดิ่งลงแรงกว่า 10%
หลังจากดัชนีฯทำ New High เมื่อ 12/3/58 และมีปัจจัยพื้นฐานดี PER <13x) แนะนำ JAS SPALI LPN PTT DTAC SUTHA BRR

- เก็งกำไรรายวัน แนะนำ TTCL AAV CENTEL



สำหรับเดือน เม.ย.

Recommend Stocks: AAV AOT STEC TMB MTLS DEMCO SPALI SEAFCO SMPC CSS (ดูรายละเอียดในเล่ม) โดยลดน้ำหนักหุ้นเหลือ 50%จาก 80% และเปิดสัญญา Short 10% ของพอร์ต

April Statistic : สถิติย้อนหลัง 10 ปี (ปี 48-57) พบว่ามีโอกาส 80% ที่ดัชนีฯ เดือน เม.ย. ปิดปรับขึ้น ด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ย +3.02%m-m โดย Max +13.95% (ปี 52) Min -3.32% (ปี 48) ขณะที่เดือน พ.ค. และ มิ.ย. ให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ย +0.1%m-m และ +0.5%m-m ตามลำดับ

Fund Flow: สถิติเดือน เม.ย. ย้อนหลัง 10 ปี (ปี 48-57) พบว่า นักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ซื้อสุทธิเฉลี่ย +4.95 พันลบ. แต่กลับมาขายเดือน พ.ค. -13.6 พันลบ. และเดือน มิ.ย. -7.4 พันลบ.

Catalysts: 1. จีน-ญี่ปุ่น-ยุโรป-ไทย อาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม 2. แรงซื้อจากทริกเกอร์ฟันด์กองใหม่ๆ 3.ระดับราคาหุ้นที่เริ่มเข้าสู่ระดับถูก ตามปัจจัยพื้นฐาน

Outlook: คาดดัชนีฯ เดือน เม.ย. ปรับตัวลดลง แนวรับ 1450/1430 จุด แนวต้าน 1530 จุด ด้วยวอลุ่มชะลอตัว ท่ามกลางเทศกาลหยุดยาว และแรงกดดัน ซึ่งมาจากปัจจัยในประเทศ อาทิ การปรับลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจ หลังรายงานเดือน ม.ค. – ก.พ. อ่อนแอกว่าคาด (ส่งผลลบต่อการปรับลดเป้าหมายกำไรบจ. รอบใหม่) ร่างรธน. ฉบับใหม่ จะได้รับการเห็นชอบจากสภาหรือไม่ (เพิ่มความเสี่ยงต่อการเลือกตั้งใหม่) และ XD effect

ขณะที่ปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ มาจาก 1) ความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด จับตาผลประชุมเฟดเดือน เม.ย. หากมีการส่งสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นโลก 2) การประกาศผลประกอบการบจ. โดยตลาดวิตกว่า บจ. สหรัฐจะมีกำไรหดตัวในไตรมาสแรกปีนี้ จากการแข็งค่าของเงินดอลล์ และการดิ่งลงของราคาน้ำมันดิบ ส่วนปัจจัยหนุนคาดมาจาก ความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของจีน/ไทย และการออกทริกเกอร์ฟันด์กองใหม่ๆ เมื่อดัชนีฯ ปรับตัวลง


ทางเทคนิค วัฏจักรขาลงของดัชนีฯ คาดว่าจะมีต่อเนื่อง หลังดัชนีฯ สร้างจุดต่ำสุดใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแนวรับลุ้นรีบาวด์สัปดาห์นี้อยู่ที่ 1478 จุดและ 1459/1450 จุดตามลำดับ(ดูกราฟ) ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1505/1515 จุด