รวมมูลค่าโรงไฟฟ้าขยะ 6 แห่งเข้ามาในการประมาณการของเรา
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงยืนยันคำแนะนำ ซื้อ สำหรับหุ้น SAMART เนื่องจากมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นจากแผนการเข้าสู่โครงการพลังงานและสาธารณูปโภคในอีก 5 ปีข้างหน้า เราทำการคำนวณรวมมูลค่าเพิ่มจากโรงไฟฟ้าขยะในจังหวัดเชียงใหม่และโรงไฟฟ้าขยะอีก 5 แห่งที่คาดว่าจะประกาศในช่วงปี 2558 – 2559 เข้าไปในประมาณการของเรา ส่งผลให้ราคาเป้าหมายของ SAMART เพิ่มขึ้นอีก 8 บาทต่อหุ้น (ซึ่งประเมินด้วยวิธี SOTP) เราประเมินว่ามูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตจะมาจากโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประเทศกัมพูชา 2 พันเมกะวัตต์ ซึ่งเราจะคำนวณรวมมูลค่าเพิ่มจากโรงไฟฟ้าดังกล่าวก็ต่อเมื่อ SAMART ทำการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับEGATภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2558
บริษัทร่วมทุนใหม่ที่ตั้งขึ้นเพื่อผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2558 SAMART อนุมัติให้บริษัท Samart Waste2Power ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นโดยบริษัท Samart U-Trans สัดส่วน 99.99% (Samart U-Trans เป็นบริษัทย่อยของ SAMART) ลงทุนในบริษัทร่วมทุนบริษัทใหม่ที่ตั้งขึ้นมาชื่อ Chiang Mai Waste2Power ซึ่งบริษัทนี้ถือหุ้นโดย Samart Waste2Power สัดส่วน 50% และถือหุ้นโดย Mlink Energy สัดส่วนอีก 50% โดยจะทำการผลิตพลังงานจากเชื้อเพลิงขยะผ่านกระบวนการจัดการขยะและการฝังกลบขยะ เพื่อนำมาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้จะขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กระทบกำไรสุทธิ SAMART คิดเป็น 3–4%
เราคาดเงินลงทุนสำหรับโรงไฟฟ้าขยะที่เชียงใหม่ที่ 1 พันล้านบาท (หรือคิดเป็น 500 ล้านบาทในส่วนของเงินลงทุนของ Samart Waste2Power) เราคาดโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/59 เป็นต้นไป (หลังระยะเวลาการก่อสร้าง 1 ปี) กำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ที่ 8 เมกะวัตต์ ภายใต้สมมติฐานราคาขายไฟที่ 6.8 บาทต่อกิโลวัตต์ต่อชม. อัตราการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่ 68% ในปีแรก และการเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/59 เราประเมินรายได้เท่ากับ 295 ล้านบาท และกำไรสุทธิเท่ากับ 122 ล้านบาทในปี 2559 สำหรับบริษัทร่วมทุน และเนื่องจาก SAMART ถือหุ้น 50% เราประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้ในปี 2559 ของ SAMART คิดเป็น 0.5% และกระทบกำไรสุทธิของ
SAMART ในปี 2559 คิดเป็น 3.2%
ภายใต้สมมติฐานของอัตราการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าที่ 90% ในปีที่สอง เราประเมินรายได้สำหรับบริษัทร่วมทุนในปีที่สองเท่ากับ 394 ล้านบาท และกำไรสุทธิของบริษัทร่วมทุนเท่ากับ 165 ล้านบาท (ซึ่งกระทบต่อรายได้ของ SAMART ในปี 2560 คิดเป็น 0.7% และกำไรสุทธิของ SAMART ในปี 2560 คิดเป็น 3.6%) เราประเมินว่าโรงงานพลังงานไฟฟ้าขยะที่เชียงใหม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ SAMART คิดเป็น 1.33 บาทต่อหุ้น
คำนวณรวมมูลค่าเพิ่มอีก 8 บาทสำหรับโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะ 6 แห่งเข้ามาในประมาณการและราคาเป้าหมาย
โรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่จังหวัดบุรีรัมย์คาดว่าจะทำการประกาศได้ภายในเดือนพ.ค. 2558 และอีก 4 แห่งคาดว่าจะประกาศได้ภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 จนถึงปี 2559 เราทำการคำนวณรวมมูลค่าเพิ่มจากโรงงานไฟฟ้าขยะจำนวน 6 แห่ง (รวมโรงไฟฟ้าขยะที่เชียงใหม่) เข้ามาในประมาณการของเราสำหรับปี 2559–2560 ซึ่งเราประเมินว่าส่งผลให้รายได้รวมของ SAMART ปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 394 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้นอีก 1.4%) และกำไรสุทธิปี 2559 เพิ่มขึ้นอีก 162 ล้านบาท (หรือเพิ่มขึ้นอีก 9.1%) ส่วนรายได้รวมของ SAMART ปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 985 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นอีก 3.3%) และกำไรสุทธิปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 411 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นอีก 21.8%) ส่งผลให้ราคาเป้าหมายซึ่งประเมินโดยวิธี SOTP เพิ่มขึ้นอีก 29% (มาอยู่ที่ 36 บาท)







