วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รมต.สั่งตลาดกลาง ซื้อยางสหกรณ์นครศรีฯ

เกษตรกรชาวสวนยางบุกตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช ก่อน"สุธี"แจ้ง รมว.เกษตรฯสั่งรับซื้อแบบไม่มีเงื่อนไข

จ.นครศรีธรรมราช หลังจากองค์การสวนยาง หรือ อสย.ไม่ยอมประมูลยางพาราในตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช ตามโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนของรัฐบาล ทำให้ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ที่สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรในจังหวัดนครศรีธรรมราช รับซื้อไว้จากสมาชิกค้างสต็อกอยู่ จำนวน 4,500 ตัน ส่งผลให้สหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรประสบภาวะขาดทุน ไม่สามารถใช้หนี้เงินกู้ให้ ธกส.ได้ และไม่สามารถปิดบัญชีในวันที่ 31 มีนาคม 2558 ได้นั้น

ตั้งแช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช ต.จันดี อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช นายชัยสิทธิ์ จงจิตต์ ประธานเครือข่ายเกษตรกร สกย.เขต 2 นครศรีธรรมราช พร้อมเกษตรกรชาวสวนยางพาราประมาณ 100 คน บรรทุกยางแผ่น มาด้วยรถยนต์กระบะและรถบรรทุกประมาณ 20 คัน เข้ามาที่ตลาดกลาง ซึ่งปรากฏว่า ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้เข้า แต่เมื่อมีการเจรจากันเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จึงยอมให้รถบรรทุกยางเข้าไปภายใน

นายสุธี อินทรสกุล ผอ.ตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช ได้เชิญแกนนำและเกษตรกรชาวสวนยางเข้ามาประชุมหารือกัน เพื่อหาทางแก้ปัญหาของชาวสวนยาง โดยใช้เวลาประมารณ 30 นาที ก่อนที่นายสุธีฯ จะแจ้งในที่ประชุมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมเปิดรับซื้อยางพาราของเกษตรกร ตามโครงการมูลภัณฑ์กันชนของรัฐบาลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนทำให้เกษตรกรเกิดความพอใจในที่สุด

นายสุธี อินทรสกุล ผอ.ตลาดกลางยางพารานครศรีธรรมราช กล่าวว่า การหารือกับพี่น้องเกษตรที่เข้ามาเป็นกลุ่มสถานบันเกษตรกร นำยางเข้ามาประมาณ 2,200 ตัน ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบผ่านคณะกรรมการของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มาแล้ว ตลาดเครือข่ายสามารถนำยางมาส่งได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ (25 มี.ค.58) เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม เพื่อลดปัญหาสถาบันเกษตรกรนำยางเข้ามาได้เลย ยกเว้นผู้ที่มีโกดังเก็บไว้ที่นั่นเลยเพราะ อสย.รับซื้อแล้ว

นายชัยสิทธิ์ จงจิตต์ ประธานเครือข่ายเกษตรกร สกย.เขต 2 นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เขารับปากแล้วก็ต้องรอดูว่า ทำได้ตามที่พูดไว้หรือไม่เกษตรกรจึงยอมรับ แต่ถ้าไม่ทำตามเงื่อนไขที่สัญญาไว้ก็จะว่ากันอีกที ในวันนี้ยางที่นำมาทางตลาดกลางยอมรับซื้อ ซึ่งต้องรอให้ทำการขนย้ายกลุ่มเกษตรกรก็จะกลับทันที ซึ่งเรามาไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับให้ แต่มาด้วยความจำเป็นจริงๆ เพราะไม่มีทางออก