คาดกำไร 1Q58 ยังไม่ฟื้นตัว
รายได้ไม่โตสวนทางกับต้นทุนที่ยังเพิ่มขึ้นกดดันกำไร 1Q58
เราคาดว่า DTAC จะมีกำไรสุทธิในงวด 1Q58 ราว 1.7 พันล้านบาท ลดลง 48% YoYและลดลง 9% QoQแม้คาดว่าในงวด 1Q58 นี้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการของบริษัทมีแนวโน้มจะลดลงอย่างมีนัยฯ ถึง 22% QoQเมื่อเทียบกับช่วง 4Q57 ที่มีงบการตลาดสูงกว่าปกติ รวมทั้งจ่ายโบนัสพนักงาน แต่อย่างไรก็ตามจะถูกหักล้างโดย1) รายได้ที่มีแนวโน้มลดลง 8%QoQเป็นเพราะรายได้จากการขายเครื่องมือถือลดลงถึง 30% QoQ เหลือราว 4.6 พันล้านบาท ส่วนรายได้ค่าบริการค่อนข้างทรงตัวที่ 1.85หมื่นล้านบาท2) คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะลดจาก26.8% ในช่วง 4Q57 เหลือ 24.8% เป็นเพราะบริษัทเน้นขยายโครงข่าย 3จีเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนอีกกว่า4.5 พันแห่ง ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่าย และค่าเสื่อมราคาสูงขึ้นบวกกับการขายเครื่องมือถือมีผลขาดทุน เพราะบริษัทมีการแจกเครื่องในบางพื้นที่ เพื่อเพิ่มฐานลูกค้า 3จี ขณะที่ต้นทุนค่าใช้คลื่นลดลงเพียงเล็กน้อยจึงไม่สามารถชดเชยต้นทุนอื่นๆที่เพิ่มขึ้นได้ และ 3) ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้น หลังช่วงปลายปี 57 มีการกู้ยืมเพิ่มเพื่อขยายโครงข่าย 3จี
มีแนวโน้มปรับลดประมาณการกำไรปี 58 ลง
หากกำไรงวด1Q58เป็นไปตามที่เราคาด จะทำให้มีสัดส่วนเพียง 16% ของกำไรทั้งปี 58 ที่เคยประเมินไว้ อีกทั้งในไตรมาส 2 ก็เป็นช่วง low season ของธุรกิจมือถือทำให้แนวโน้มใน 1H58 ยังไม่น่าจะดีนัก นอกจากนี้ บริษัทยังต้องลงทุนเพิ่มในโครงข่าย 3จี และ 4 จี ต่อไปอีก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และรักษาส่วนแบ่งการตลาด ซึ่งจะส่งผลให้กำไรของบริษัทในช่วง 2H58 จะยังถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่าย ตามการขยายสถานีฐาน อีกทั้งมีแนวโน้มที่บริษัทจะต้องเพิ่มงบลงทุนในโครงข่าย 3จี และ 4จี จากเดิมที่ตั้งไว้รวม 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งเราคาดจะเห็นความชัดเจนของการลงทุนในโครงข่ายมากขึ้น หลังการเข้ารับตำแหน่งของ CEO คนใหม่ในช่วงต้นเดือน เม.ย.58ทำให้เรามีแนวโน้มจะปรับลดประมาณการกำไรในปี 58หลังการประกาศผลประกอบการงวด 1Q58 ของบริษัทช่วงปลาย เม.ย. 58 นี้
คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” เพื่อรับปันผล
แม้เรายังคาดว่า DTAC จะยังสามารถจ่ายปันผลในอัตราสูงกว่า 100% ของกำไรสุทธิ(จากนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 80% ของกำไรสุทธิ และกำไรสุทธิของงบเดี่ยวที่ใช้พิจารณาในการจ่ายปันผล ซึ่งยังคงสูงกว่าในงบการเงินรวม)จึงคาดหมายเงินปันผลสำหรับงวด 1Q58 ที่ 1.1บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนจากปันผลสำหรับงวดนี้ราว 1.3% และราคาหุ้นจะมี upside ถึง 15% แต่แนวโน้มผลประกอบการในปีนี้ที่ยังดูไม่ดีนัก อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันถูกซื้อขายที่ P/E 18.4เท่า ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับ ADVANC ที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีกว่า แต่ยังซื้อขายด้วย P/E ต่ำกว่าที่ 17.4 เท่า จึงแนะนำเพียง “เก็งกำไร” ใน DTAC เพื่อรับปันผลเท่านั้น








