คาดธุรกิจเดิมฟื้นพร้อมโอกาสขยายตัวสูงจากธุรกิจใหม่
มีธุรกิจหลากหลาย กระจายความเสี่ยง
SAMART เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจในลักษณะโฮลดิ้งด้วยการเข้าไปลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งธุรกิจที่บริษัทลงทุน คือ 1) ธุรกิจติดตั้งระบบสารสนเทศและโครงข่ายโทรคมนาคม (SAMTEL) 2) ธุรกิจขายเครื่องมือถือ (SIM) 3) ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ (OTO) 4) ธุรกิจเทคโนโลยี เช่น ขายกล่องทีวีดิจิทัล จานดาวเทียม และบริการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด และ 5) ธุรกิจสาธารณูปโภคและขนส่ง ที่บริการติดตั้งระบบจัดเส้นทางการบิน รวมทั้งให้บริการจัดการเส้นทางการบิน และโรงไฟฟ้าขนาดเล็กในกัมพูชา ซึ่งจากธุรกิจของบริษัทที่มีหลากหลายทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน จึงช่วยลดความผันผวนของกำไรได้ แม้ในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว
คาดการฟื้นตัวของบ.ลูก ผลักดันกำไรปี 58 โตถึง 24%YoY
คาดกำไรปี 58 ของ SAMART จะเติบโตถึง 24% YoYโดยได้แรงหนุนจาก 1) SAMTEL ที่คาดจะมีกำไรที่ฟื้นตัวได้แรง ตามอุตสาหกรรม หลังภาครัฐซึ่งเป็นลูกค้าหลัก กลับมามีการจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น2) กำไรที่เติบโตขึ้นของ SIM ด้วยปริมาณขายเครื่องที่คาดจะเพิ่มจาก 4.7 ล้านเครื่องในปี 57 เป็น 5.2 ล้านเครื่อง และ 3) การเติบโตของรายได้จากธุรกิจอื่นๆ เช่น การขายกล่องทีวีดิจิทัล ที่คาดจะเพิ่มจาก 0.6 ล้านกล่อง ในปี 57 เป็น 1 ล้านกล่อง ตามพื้นที่ให้บริการและจำนวนคูปองที่ กสทช. จะทำการแจกเพิ่ม รวมไปถึงบริการด้านขนส่งและสาธารณูปโภค ที่จะมีรายได้จากงานใหม่เข้ามาเพิ่ม จากงานวางระบบจัดเส้นทางการบินในพม่า และงานปรับปรุงระบบเส้นทางการบินที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง
มี upside จากการขยายตัวเพิ่มในธุรกิจพลังงาน
บริษัทมีแผนขยายสู่ธุรกิจพลังงานมากขึ้น โดยเตรียมทำโรงไฟฟ้าพลังงานขยะในไทย 4 โรง ขนาด 6-8 เมกะวัตถ์/โรง โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในลาว 1 แห่ง (อยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการ) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไทย (ยังไม่ระบุขนาด) และโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินในกัมพูชา 2 เฟส รวม 2,000 เมกะวัตถ์ที่ตั้งเป้าจะส่งกระแสไฟฟ้ากลับมาขายให้แก่การไฟฟ้าฯในไทย โดยจะเห็นความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าพลังงานขยะก่อน เบื้องต้นเราประเมินว่าหากทำโรงไฟฟ้าพลังงานขยะครบ 4 โรง จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ SAMART ได้ราว 2.24 บาท ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน หากได้งานจากการไฟฟ้าฯคาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มมีรายได้เข้ามาในอีก 4-5 ปีข้างหน้า และจะเพิ่มมูลค่าให้ SAMART ได้อีกราว12– 22 บาท
แนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเหมาะสมปี 58 ที่ 38.50 บาท
เราประเมินราคาหุ้น SAMART ด้วยวิธี Sum Of The Part (SOTP) ซึ่งอิงราคาเหมาะสมของ SAMTEL ที่ 28 บาท และ SIM ที่ 3.46 บาท และ ทำให้ได้ราคาเหมาะสมปี 58 ที่ 38.50 บาท (ยังไม่รวมธุรกิจใหม่) โดยเริ่มต้นคำแนะนำการลงทุนด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” เพราะ 1) มีธุรกิจหลากหลาย ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนของกำไรได้ 2) คาดกำไรปี 58-59 จะเติบโตเฉลี่ยราว 16%3) คาดหมายปันผลปี 58 ที่อัตรา 3.2%ซึ่งจูงใจกว่าผลตอบแทนในตลาดเงิน และ 4) ยังมี upside จากธุรกิจโรงไฟฟ้า (ธุรกิจใหม่) ที่ยังไม่รวมในประมาณการ






