หุ้นไทยปิดบวก 18.66 จุด หลังปรับลงแรง คาดพรุ่งนี้ปรับขึ้นต่อ จับตาผลการประชุมเฟด กรอบ 1,520 - 1,540 จุด แนะขายทำกำไร
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายที่ 1,531.50 จุด เพิ่มขึ้น 18.66 จุด (+1.23%) มูลค่าการซื้อขาย 41,385.05 ล้านบาท โดยดัชนีสูงสุดอยู่ที่ 1,533.14 จุด และดัชนีต่ำสุดอยู่ที่ 1,512.25 จุด
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าบุคคล บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปิดการซื้อขายในแดนบวก หลังจากปรับฐานลงมา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยทั้ง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับลดลงประมาณ 100 จุด จนทำให้ราคาหุ้นหลาย ๆ ตัว ต่ำกว่าพื้นฐาน จึงมีแรงซื้อกลับ และคาดว่าจะรีบาวน์ได้ต่อเนื่องจนถึงสัปดาห์หน้าที่ระดับดัชนีเป้าหมาย 1,555 จุด
นอกจากนี้ แรงขายของนักลงทุนสถาบันที่เทขายออกมาเป็นส่วนใหญ่ น่าจะมาจากความกังวลเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า โดยปีที่แล้วคาดการณ์กันว่าผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนจะะออกมาดี แต่กลับออกมาผิดคาดไปมาก ดังนั้น จึงเกิดความไม่แน่นอนถึงต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ซึ่งหากฟื้นตัวได้จริง ตัวเลขผลประกอบการ Q2/58 ออกมาดี ก็ยังสามารถเข้าซื้อตามได้ ขณะที่ค่า Current PE หุ้นไทยอยู่ที่ 19 เท่า ทั้ง ๆ ที่ดัชนีปรับฐานลงมา 100 กว่าจุด จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของการเทขายของนักลงทุนสถาบัน
ส่วนแนวโน้มวันพรุ่งนี้ คาดว่า หุ้นไทยแกว่งตัวบวกต่อ หลังดัชนีปรับฐานมา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน จนทำให้หุ้นหลาย ๆ ตัวราคาต่ำกว่าพื้นฐาน แต่ก็มีหลายตัวที่ราคายังเกินพื้นฐานอยู่ จึงทำให้กรอบการรีบาวน์ค่อนข้างจำกัด
อย่างไรก็ตาม คาดว่า ทิศทางตลาดยังมีโอกาสปรับลดลงในระยะกลาง เนื่องจากตลาดหุ้นต่างประเทศหลาย ๆ ตลาด อาทิ ตลาดหุ้นเยอรมัน ญี่ปุ่น และจีน จะปรับตัวลงในเดือนหน้า เนื่องจากก่อนหน้าดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาพอสมควร จนเข้าสู่เขต Overbought รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับตัวลงในเดือนหน้าเช่นกัน เพราะอยู่ในช่วงจังหวะที่เข้าใกล้เวลาของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคืนนี้ มองว่าเฟดน่าจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ด้วยการตัดคำว่า "อดทน" ออกไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยเลน น่าจะออกมาเชิงไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะถึงแม้ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพการฟื้นตัวยังไม่แข็งแกร่งมากนัก ล่าสุดตัวเลขการสร้างบ้านใหม่ก็ออกมาไม่ดี
ด้านกลยุทธ์ แนะขายในจัหวะดัชนีรีบาวน์ เนื่องจากมองว่ากรอบการขึ้นจำกัดที่เป้าหมายดัชนีเพียง 1,555 จุด และคาดว่าจะปรับตัวลงต่อ พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,520 จุด แนวต้าน 1,540 จุด








