วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯพบ'เลขายูเอ็น'ขอช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร

นายกฯ พบ “เลขายูเอ็น” ขอช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร ด้าน “บัน คี มูน” หวังเห็น “การเมืองไทย” พัฒนาตามโรดแมป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 16.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติระดับโลกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม 2558 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเซนได เมืองเซนได ญี่ปุ่น

ภายหลังการหารือ ร.อ. นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับสหประชาชาติและรัฐบาลญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จในการจัดการประชุมฯ โดยมีผู้แทนระดับสูงจากทั่วโลกมาร่วมการประชุมนี้ ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศที่เคยประสบภัยพิบัติขนาดใหญ่จาก สึนามิและน้ำท่วมใหญ่ และยังให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่ประเทศที่ประสบเหตุภัยพิบัติ จึงต้องการร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศในการส่งสัญญาณต่อโลก เพื่อร่วมมือกันลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยเห็นว่า ความร่วมมือในการลดภัยพิบัติ ต้องคำนึงความสามารถและข้อจำกัดของแต่ละประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกลายเป็นภาระของสหประชาชาติ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอให้พิจารณาในประเด็นความไม่เท่าเทียมซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความขัดแย้งในสังคมที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศเกษตรกรรมและประเทศอุตสาหกรรม โดยหลายประเทศในอาเซียนก็มีรายได้หลักจากสินค้าเกษตร ที่ขณะนี้มีราคาตกต่ำ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงเสนอให้สหประชาชาติ เห็นความสำคัญของการช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตร เพื่อจะเป็นการช่วยลดช่องว่างและเพิ่มความสามารถในการร่วมมือกับนานาประเทศ ในการช่วยลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้อีกทางหนึ่งด้วย

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวยินดีที่จะร่วมมือกับสหประชาชาติ ในการลดควาามเสี่ยงจากภัยพิบัติ เพราะสิ่งที่ไทยดำเนินการอยู่ก็สอดคล้องกับแนวความคิดของสหประชาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวาระในการพัฒนาอย่างยั่งยืน หลังปี 2015 ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญเป้าหมายหนึ่งของการปฏิรูประเทศในทุกด้านในขณะนี้

สำหรับพัฒนาการการเมืองไทยนั้น เลขาธิการสหประชาชาติ ได้สอบถามความคืบหน้าในการดำเนินการตามโรดแมป และเชื่อว่าไทยจะประสบความสำเร็จในการสร้างประชาธิปไตยที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตามเลขาธิการสหประชาชาติ แสดงความหวังว่าจะเห็นพัฒนาการการเมืองในประเทศไทยเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่วางไว้ ซึ่งจะทำให้ไทยสามารถคงบทบาทที่เข้มแข็งในการสนับสนุนภารกิจในกรอบสหประชาชาติได้มากยิ่งขึ้น

ในตอนท้าย เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวเชิญนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติเพื่อรับรองวาระการพัฒนาภายหลังปี 2015 (United Nations Summit for the adoption of the post 2015 development agenda) และการประชุมสมัชชาสหประชาชาติในเดือนกันยายน ปีนี้ด้วย