วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปรีดิยาธร'ห่วงรัฐถังแตกเร่งเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

"ปรีดิยาธร"ห่วงสถานการณ์รัฐถังแตก ต้องเร่งเก็บภาษีบ้านที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หวั่นกระทบโครงการในระยะ 9 ปีข้างหน้า

จากกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศณษฐกิจ ได้ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน และการดำเนินการของศูนย์ดำรงธรรม และติดตามการเบิกจ่ายงบประมาณ พร้อมทั้งรับฟังปัญหาสำคัญที่เร่งด่วนของพื้นที่ 4 จังหวัดประกอบด้วย จ.ชุมพร นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานีและพัทลุง หลังจากใช้เวลาในการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง 

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เปิดเผยว่า พอใจกับการเบิกจ่ายงบประมาณที่เป็นรายจ่ายทำได้ดีทั้ง4จังหวัด ประการที่2มองดูงบลงทุนบางจังหวัดยังทำได้ช้ากว่าเป้าหมาย บางจังหวัดก็บรรลุเป้าหมาย แต่ที่สบายใจได้ว่าจะมีการทำสัญญาผูกพันก่อหนี้ว่าจ้างได้เสร็จก่อน31มีนาคมนี้เป็นส่วนใหญ่ หลังจากนั้นงานเดินหน้าก็จะมีเงินจ่ายออกมา ในไตรมาสถัดไปที่เริ่ม1เมษายนนี้ การลงทุนทั้งหมดเดินหน้าหากงบประมาณ2ก้อนนี้ออกมา ก็จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าเป็นปกติได้ แต่ยอมรับว่าเศรษฐกิจที่โตช้ามาจากผลการส่งออกน้อยและไม่มีเพิ่มเลย

ในส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รองนายกฯย้ำว่าไม่มีใครอยากทำให้ประชาชนมาตำหนิหรอก พร้อมระบุว่าประเทศไทยอัตราการเพิ่มรายจ่ายภาครัฐ การลงทุนของภาครัฐสูงกว่าการเพิ่มรายได้มานับ10ปี ข้อเห็นได้ชัดภาครัฐขาดทุนงบประมาณมาตลอด และก็เป็นหนี้เพิ่มขึ้นมาตลอด และจุดอันตรายก็มาจากรายได้ไม่พอรายจ่าย เราก็มาลดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนภาครัฐในสมัยก่อนสูงถึง 30% ของงบประมาณ แต่ตอนนี้ปีงบประมาณ58 ลดลงเหลือแค่17.5% ของงบประมาณ 

"ที่จริงแล้วงบประมาณไม่มีเพียงพอ งบประมาณที่รัฐมนตรีคมนาคมประกาศ 9 ปีข้างหน้าจะสร้างโน้นสร้างนี่ รายได้ที่มีอยู่ตามการจัดเก็บภาษีปัจจุบันย่อมไม่เพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวตามโครงการได้ จึงมีความจำเป็นต้องหาทางจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นก็มีหลายทาง ภาษีที่เก็บอยู่ปัจจุบันก็เป็นภาษีรายได้ และภาษีการค้า แต่ภาษีที่เกือบจะไม่ได้เก็บหรือเก็บน้อยมาก็เป็นภาษีทรัพย์สมบัติของประชาชน ซึ่งในต่างประเทศเขาเก็บกันหมดแล้ว"

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว รัฐบาลจึงนำมาจัดเก็บภามีมรดกและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หากไม่เก็บก็ต้องเก็บภาษีการค้าเพิ่มซึ่งไม่เห็นด้วย จึงนำภาษีดังกล่าวมาดำเนินการใช้ ในการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ต้องระวังไม่ให้กระทบต่อผู้มีรายได้น้อยให้น้อยที่สุด โดยหลักการเก็บภาษีมีความยุติธรรมอยู่แล้ว ใครมีมากก็เสียมากใครมีน้อยก็เสียน้อย แต่ก็มีข้อยกเว้นว่า 1.5 ล้านบาทไม่ต้องเสียภาษี 3-5 ล้านบาทจัดเก็บภาษีกึ่งหนึ่ง ซึ่งอัตราจัดเก็บภาษีบ้านและที่ดินเพียงแค่0.1% หรือ 1,000,000 บาทต่อ 1,000 บาท

ขณะนี้อยู่ในระหว่าการเสนอเข้าครม. และยังอีกนานกว่าจะมีผลบังคับใช้ ส่วนภาษีมรดก หากสามีเสียชีวิตภรรยาเป็นผู้รับมรดกไม่ต้องเสียภาษีแต่อย่างใด ในส่วนการจัดเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชาเพิ่มขึ้นนั้น ยืนยันว่าไม่กระทบต่อผู้ปกครอง เพราะเป็นการเก็บภาษีจากผู้ประกอบการที่มีกำไรมากอยู่แล้ว และทางรัฐบาลจัดเก็บจากกำไรส่วนเกินของโรงเรียนนั้นๆ