วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 11 มีนาคม 2558

น้ำมันดิบลงต่อ หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี และ ซาอุยันจะผลิตน้ำมันต่อแม้ราคาตก

- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัส ยังคงปรับลดลงต่อ โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจาก ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี เมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร และ สูงสุดในรอบ 8 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน โดยค่าเงินยูโรปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.0725 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน เม.ย. 46 จากการที่ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ด้วยการซื้อพันธบัตร 6 หมื่นล้านยูโรในเดือนนี้ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค. นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังได้รับแรงหนุนจากการที่ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 58 ซึ่งเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ หลังจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐ แข็งแกร่งมากกว่าคาด

- Salman กษัตริย์ของประเทศซาอุดิอาระเบียออกมากล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า แม้ว่าขณะนี้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลง แต่ซาอุดิอาระเบียจะยังดำเนินการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันต่อไป ซึ่งทำให้ตลาดกังวลว่าอุปทานน้ำมันดิบมีแนวโน้วที่จะยังคงล้นตลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง

- อุปสงค์น้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังโรงกลั่นทั่วโลกได้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลปิดซ่อมบำรุงประจำไตรมาส 2 นอกจากนี้ ความต้องการน้ำมันดิบจากประเทศจีนซึ่งถือว่าเป็นผู้ใช้น้ำมันดิบใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ก็ชะลอตัวลงในเดือน ก.พ. โดยจีนได้นำเข้าน้ำมันดิบในเดือน ก.พ. ลดลงเหลือ 25.55 ล้านตันในเดือน ก.พ. จาก 27.98 ล้านตัน ในเดือน ม.ค.

+ ลิเบียปิดบ่อน้ำมัน 2 บ่อ คือ Zella และ Fida ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังถูกโจมตีโดยกองกำลังของกลุ่มกบฏ ซึ่งขณะนี้มีเพียงบ่อน้ำมัน 103A และ 103B ที่สามารถเปิดดำเนินการต่อไปได้ โดยคาดว่ากำลังการผลิตจะอยู่ที่ 400,000 บาร์เรลต่อวัน โดยก่อนหน้านี้อยู่ที่ระดับ 500,000 บาร์เรลต่อวัน

+ สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานปริมาณนํ้ามันดิบคงคลังปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โดยลดลง 404,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 439.4 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นที่ 4.4 ล้านบาร์เรล เนื่องจากกําลังการผลิตของโรงกลั่นสหรัฐ เพิ่มขึ้นกว่า 27,000 บาร์เรลต่อวัน และการนําเข้านํ้ามันดิบของสหรัฐ ที่ปรับลดลง ราว 664,000 บาร์เรลต่อวัน มาสู่ระดับ 6.97 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังคงคลังปรับเพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่น้ำมันดีเซลคงคลังก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 1.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังโรงกลั่นน้ำมันในเอเชียกำลังจะเริ่มข้าสู่ช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุง ประจำไตรมาส 2 ส่งผลให้อุปทานน้ำมันเบนซินลงลด ประกอบกับ ความต้องการน้ำมันเบนซินในสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้น ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวของสหรัฐ ในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยสาเหตุหลักมาจากการที่โรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปิดซ่อมบำรุง และการส่งออกน้ำมันดีเซลจากทางเอเชียไปยังตะวันตกที่มากขึ้น อย่างไรก็ดี อุปทานน้ำมันดีเซลมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังโรงกลั่น Ruwais ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังจะส่งออกน้ำมันดีเซลเข้ามายังภูมิภาคเอเชีย


ทิศทางราคาน้ำมันดิบ

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 47-52 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 55-62 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการตอบรับของตลาดต่อมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของ ECB ที่จะเริ่มอัดฉีดเงินมูลค่ารวม 1.1 ล้านล้านยูโร (1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือราว 6 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ในวันที่ 9 มี.ค. นี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซาและรับมือกับภาวะเงินฝืดในยูโรโซน โดย ECB จะดำเนินมาตรการ QE นี้ไปจนถึงเดือน ก.ย. 2559 เป็นอย่างน้อย

- ท่าทีของนักลงทุนต่อกระแสข่าวการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และการประชุมของธนาคารกลางฯ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17-18 มี.ค. นี้ ว่าธนาคารกลางของสหรัฐ (FED) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0-0.25% หรือจะปรับเพิ่มขึ้นจริงตามข่าว

- จับตาการเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติมหาอำนาจทั้งหก ที่ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องก่อนจะถึงเส้นตายของการวางกรอบการตกลงในช่วงปลายเดือน มี.ค. นี้ เพื่อนำไปสู่ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 1 ก.ค. 58 ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จอาจส่งผลให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบได้เพิ่มขึ้นจากระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ยูโรโซนอนุมัติให้ขยายมาตรการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กรีซออกไปอีก 4 เดือน โดยล่าสุดรัฐบาลกรีซกำลังร่างแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมเสนอต่อยูโรโซน และ IMF ผู้เป็นเจ้าหนี้ ตามเงื่อนไขข้อตกลงก่อนขยายเงินกู้ หากแผนผ่านการเห็นชอบ กรีซจะได้รับเงินกู้งวดใหม่ถึง 7,200 ล้านยูโร ซึ่งทำให้กรีซมีเงินเพียงพอในการชำระหนี้ และใช้จ่ายในการบริหารประเทศ

                                             -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999