ไอเดีย “บ้านๆ” ปั้นสุดยอดนวัตกรรม SME

ไอเดีย “บ้านๆ” ปั้นสุดยอดนวัตกรรม SME

ขึ้นชื่อว่า“นวัตกรรม”พาให้จินตนาการว่าผลงานคงต้อง "ล้ำ" เอามากๆ แต่ใครจะคิดว่ายังมีอีกหลายนวัตกรรมที่เริ่มจากไอเดีย ง่ายๆ บ้านๆ

“ทัพพี” ระบบอบไอชื้นกันเชื้อ ฝาและฐานรอง “ครก” กันพริกกระเด็นเข้าตา ไอเดียบ้านๆ ทว่า “โดนใจ” คนทำครัวเอามากๆ

นี่คือผลงานของนักประดิษฐ์และเจ้าของธุรกิจ "ปรินทร์ ประกายเลิศลักษณ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟนตาซีแลนด์ จำกัด ที่เพิ่งคว้าสองรางวัลจากเวที “7 Innovation Awards 2015” รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 สุดยอดนวัตกรรมที่เกิดประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ และ รางวัลสุดยอดนักประดิษฐ์ มาสดๆ ร้อนๆ

“ผมกล้าบอกว่า ทัพพีผมดีที่สุดในโลก! ใครฟังอาจดูเหมือนไม่น่าเชื่อ แต่คุณเชื่อจริงๆ หรือ ว่า มีทัพพีของคนชาติใดบนโลก ที่ดีกว่าของเราตอนนี้ ที่คนอื่นมี ยังแก้ปัญหาได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของผมด้วยซ้ำ”

นักคิดประกาศความภูมิใจ ที่มีต่อนวัตกรรมใกล้ตัว ซึ่งเขาบอกว่า ไม่ใช่แค่ทดแทนกันได้ แต่ “เก่งกว่า” สินค้าที่มีอยู่ในตลาดเวลานี้

“คุณมีทัพพี ก็เก่งที่ตักข้าวให้ได้ แต่ปัญหาของทัพพีอีก 3-6 เรื่อง แก้ไม่ได้ แต่เราเก่งกว่านั้น เพราะปัญหาไม่มี หรือ คนใช้ครกตำกระเด็น ผมมีของที่เก่งกว่า และไม่ใช่เก่งอย่างเดียวนะ แต่เป็นความเก่งที่ให้ประโยชน์กับเขาได้จริง และคุ้มค่าเงินมากกว่าด้วย” เขาบอก

มาดูความเก่งแบบบ้านๆ ที่เถ้าแก่นักประดิษฐ์พัฒนาขึ้น เริ่มที่ นวัตกรรมทัพพี ที่มีคุณสมบัติป้องกันแมลงได้ สามารถตักข้าวแล้วไม่ติดด้วยผิวลักษณะพิเศษ มีระบบอบไอชื้นกันเชื้อ ด้วยน้ำแค่ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้ง่าย ล้างง่ายด้วยการใช้เพียงฟองน้ำ ใช้ 24 ชั่วโมงล้างเพียงครั้งเดียว ขณะที่การออกแบบทัพพีให้ป้องกันมือสกปรกสัมผัสถูกข้าวโดยตรงและป้องกันความร้อนจากไอน้ำลวกมือ พร้อมผลิตจากวัสดุที่สัมผัสอาหารได้ ปลอดภัยไร้สารพิษ

ผลพลอยได้จากความเก่ง คือ สามารถสร้างยอดขายได้เกือบสองล้านบาทต่อปี

ขณะที่ฝาและฐานรองครก มีคุณสมบัติช่วยป้องกันไม่ให้อาหารกระเด็นเข้าตา เปื้อนเสื้อผ้า ไม่แสบร้อนมือ สามารถปิดกันฝุ่นกันแมลง ลดการกระจายกลิ่นอาหาร และใช้ได้กับครกทุกขนาด ส่วนฐานรองยังสามารถใช้รองเขียงได้ ป้องกันพื้นเป็นรอยและซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม สามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 4 แสนบาท ต่อปี

แม้มีรายได้ที่ไม่สูงมากนัก เพราะยังมีจุดอ่อนเรื่องการตลาด ที่เจ้าตัวยอมรับว่า “ยังไม่เก่ง” แต่ก็เชื่อว่า ความคิดที่ติดตัวเขา สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่พร้อมสร้างเงินและกระจายสีสันสู่ตลาดได้ไม่รู้จบ

ส่วนแนวคิดการพัฒนานวัตกรรม เขาว่า เริ่มจากมองปัญหาใกล้ๆ ตัว ลองประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ ถ้าแก้ปัญหาได้ และคนอื่นก็ชอบด้วย ก็ค่อยจดสิทธิบัตร จากนั้นก็มาลองทำตลาด ขณะที่ระหว่างคิดนวัตกรรม ก็ขอให้เอาจริงเอาจัง เช่นเดียวกับตัวเขาที่ใช้คำว่า “หมกมุ่น” และใส่ใจอยู่กับสิ่งนั้นเป็นปีๆ ถึงจะคิดนวัตกรรมบ้านๆ ที่ตอบโจทย์ปัญหาผู้ใช้ขึ้นมาได้สักชิ้น และไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ยังคงพัฒนาปรับปรุงไปเรื่อยๆ

“คนที่ทำแบบนี้ได้ ผมว่า ต้องมีใจรัก ต้องมีความรู้และประสบการณ์ รู้จักวิเคราะห์ได้ว่า สินค้าตัวนี้มีอนาคต ต้องมุ่งมั่น ทำต่อเนื่อง ขณะที่ส่วนหนึ่งก็ต้องมีโชคด้วย” เขาบอก

ถ้าถามว่า วันนี้ “เซเว่น อีเลฟเว่น” ขายอะไร? ลองเปลี่ยนเป็นถามว่า มีอะไรบ้างที่เซเว่นฯ ยังไม่มีขาย น่าจะตอบได้ง่ายกว่า หนึ่งในนวัตกรรมความอร่อยแบบบ้านๆ ในร้านเซเว่นฯ ก็คือ “ข้าวโพดต้ม” ที่เปิดตัวสู่ตลาดได้ประมาณ 6 เดือน

เจ้าของเป็นอดีตนักการเมืองที่ใครหลายคนรู้จักดี “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตข้าวโพดหวานพร้อมทาน ตรา “วี คอร์น” เจ้าของสโลแกน “อร่อยโพดโพด” ที่เพิ่งคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 สุดยอดนวัตกรรม 7 Innovation Awards มาได้

ความเป็นนวัตกรรม สลัดภาพข้าวโพดต้มข้างถนน ที่บางคนอาจกังวลเรื่องความสะอาด อายุความอร่อยสั้น มีขายไม่ตลอดเวลา มาเป็น “วี คอร์น” ที่พัฒนากันตั้งแต่ “สายพันธุ์” โดยเลือกพันธุ์ Golden Sweet Corn ข้าวโพดหวานสีทอง ที่ หวาน กรอบ อร่อย ไม่ติดฟัน พร้อมปรับปรุงกรรมวิธีการผลิตและค้นคว้าวิจัยบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ได้ข้าวโพดหวานต้มสุกและข้าวโพดแบบเมล็ดคลุกเนยชนิดถ้วย พร้อมรับประทาน เก็บได้นานถึง 8 วัน ในตู้เย็น

“นวัตกรรมของเราไม่ได้เกิดจากในห้องแล็บ แต่เกิดจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค”

อภิรักษ์ บอกจุดต่างของงานนวัตกรรมที่มาจากฝั่งผู้บริโภค ไม่ใช่นักวิจัย โดยการลงไปสำรวจตลาด จนพบว่า คนไทยยุคใหม่ ไม่ว่าจะวัยไหนก็สนใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น เริ่มเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะอยากมีสุขภาพดีขึ้น

ทว่าสองสิ่งที่ไม่เคยไปด้วยกันได้เลย ก็คือ...

“อาหารมีประโยชน์ มักไม่อร่อย คนเลยไม่ชอบทาน แต่อาหารอร่อย มักมีประโยชน์น้อย” เขาบอกเรื่องจริง

นั่นคือ ที่มาของการทำให้ของที่ดีต่อสุขภาพอย่าง “ข้าวโพด” กลายเป็นของอร่อย และหาซื้อได้สะดวกใกล้ๆ บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านร้านเซเว่นฯ

เมื่อโจทย์ท้าทาย คือ การขายเข้าเซเว่นฯ ที่มีสาขาอยู่นับ 8 พันสาขา ในปัจจุบัน หน้าที่ของผู้ประกอบการอย่างเขา จึงต้องบริหารจัดการวัตถุดิบ ให้พร้อมป้อนตลาดได้ไม่ขาดสาย ที่มาของการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดสายพันธุ์อร่อย ทั้งในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานผลิต ตลอดจนหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน

“เราไปส่งเสริมเกษตรกร ให้ทำ Contract Farming โดยนำสายพันธุ์ของเราให้เกษตรกรดูแล เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเขาให้ดีขึ้น”

ปัจจุบัน วี คอร์น มีเกษตรกรที่ร่วมโครงการกว่า 10,000 ครอบครัว สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกษตรกรมากกว่าการปลูกข้าวถึง 260% เกิดการสร้างงานบนพื้นที่กว่า 300,000 ไร่ โดยโรงงานรับประกันราคาซื้อ และรับซื้อข้าวโพดทุกฝัก ทำให้เกษตรกรมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่บริษัทซึ่งยังเป็นน้องใหม่ในวงการเอสเอ็มอี เพราะเพิ่งเปิดตัวมาได้ประมาณหนึ่งปี และขายเข้าเซเว่นฯ ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ทว่าสร้างยอดขายปีแจ้งเกิดได้ที่ประมาณ 60 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ารายได้ต่อปีที่ประมาณ 200-300 ล้านบาท!

ถามถึงแนวคิด การเริ่มต้นธุรกิจนวัตกรรมฉบับเอสเอ็มอี เขาว่า ถ้าเริ่มยากนัก ก็ให้สตาร์ทจากการหา "พันธมิตร” (Strategic Partner) เหมือนเขาที่อาศัยเพื่อนรุ่นพี่ที่มีโรงงานส่งออกผักและผลไม้อยู่ที่เมืองกาญจน์ มาเชื่อมต่อจิ๊กซอว์ให้

ขณะการแข่งขันสูง แม้เป็นสินค้าธรรมดา ก็ต้องทำการตลาด ต้องมีแบรนด์ ต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค ต้องมี “จุดขาย” ต้องมองหานวัตกรรมใหม่ๆ พร้อมวิจัยตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อฉีกตัวเองออกจากกลุ่มตลาดเดิมๆ ให้ได้

ธุรกิจที่เริ่มจากเรื่องง่ายๆ แต่มีวิสัยทัศน์ไกล คือ ‘เป็นบริษัทชั้นนำที่ใช้นวัตกรรมด้านอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคอาเซียน’

“เวลาพูดถึงยุทธศาสตร์ประเทศ พบว่า เรายังใช้งบประมาณในเรื่องงานวิจัยน้อยมาก จำนวนสิทธิบัตรที่จดถ้าเทียบกับประเทศอื่นถือว่ายังน้อย ขณะอีกด้านหนึ่งเรามีเอสเอ็มอีอยู่เยอะมาก ฉะนั้นถ้าหยิบจุดแข็งที่ประเทศมี บวกกับการส่งเสริมนวัตกรรม คิดว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เอสเอ็มอีรายเล็ก มีโอกาสที่จะพัฒนา และต่อยอดต่อไปได้”

ก็แค่ไอเดีย “บ้านๆ” ไม่ต้องล้ำ ไม่ต้องแปลก แต่ก็ขึ้นแท่นเอสเอ็มอีสุดยอดนวัตกรรมได้

“”””””””””””””””””””””’

Key to success
ไอเดียปั้นนวัตกรรมบ้านๆ ให้สุดยอด

๐ เริ่มจากปัญหาใกล้ตัว แล้วแก้ปัญหานั้น
๐ พัฒนา ลองตลาด จดสิทธิบัตร ขาย
๐ นวัตกรรมใช้เวลา ต้องมุ่งมั่น ทำต่อเนื่อง
๐ ต้องมีจุดขาย ตอบโจทย์ตลาดได้
๐ ไม่ต้องเริ่มในห้องแล็บ แต่เริ่มจากผู้บริโภค
๐ ขาดอะไรให้หาพันธมิตร หรือหน่วยงานสนับสนุน