ปรับประมาณการขึ้นจากผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุด
งบการเงินจะสะท้อนธุรกิจหลัก พร้อมเดินหน้าเติบโตแข็งแกร่ง
การปรับโครงสร้างโดยการขายธุรกิจเดิมในปีที่ผ่านมาส่งผลให้ KAMART เหลือการดำเนินธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงามซึ่งเป็นธุรกิจหลักและธุรกิจอื่น คือ ให้บริการเช่าคลังสินค้า และ เดินรถโดยสารประจำทาง(ผ่านบริษัทย่อย) โดยงบดุลสะท้อนได้ความจริงมากขึ้น เห็นได้ชัดเจนจากอัตราการหมุนเวียนสินค้าสิ้นปี 2557 เท่ากับ 2.3x (ดีขึ้นจากปี 2556 ที่ 1.5x) ใกล้เคียงกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิปี 2558 คาดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติที่ราว 20% หลังจากปีที่ผ่านมาถูกกดดันจากการขาดทุนการขายสินทรัพย์และการตั้งสำรองขาดทุนธุรกิจเดิมจนอัตรากำไรลดลงเป็น 9%
ปรับประมาณการขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 – 2560 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3% เพราะเชื่อว่าแผนการทำตลาดเพิ่มขึ้น ประกอบกับจุดเด่นช่องทางการขายหลากหลายจะกระตุ้นให้รายได้เติบโตมากกว่าคาด โดยเราปรับประมาณการรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น 5% เป็น 1.24 พันล้านบาท ในขณะที่คาด KAMART จะใช้งบโฆษณาราว 10% ของยอดขาย ส่งผลให้ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 27% และจากมุมมองบวกต่อผลประกอบการจากนี้ที่จะมีความสม่ำเสมอมากขึ้น เราเปลี่ยนวิธีประเมินมูลค่าเหมาะสมจากวิธี P/E multiple เป็นวิธี DCF (WACC 12%, Terminal growth 3%) ได้มูลค่าเหมาะสม 9.20 บาท (จากเดิม 7.50 บาท) เทียบเท่า 24xP/E’58 ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย P/E การซื้อขายในอดีตของ KAMART
กำไรสุทธิ 3 ปี ข้างหน้าเติบโตเด่น แนะนำ “ซื้อ”
เราคาดกำไรสุทธิปี 2558 – 2560 ของ KAMART จะเติบโตเฉลี่ย 60% สูงสุดในกลุ่มพาณิชย์ที่เราศึกษา จากฐานต่ำในปี 2557 และความสามารถทำกำไรสูงขึ้น หนุนให้ ROE อยู่ในระดับสูงกว่า 30% ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป สำหรับราคาหุ้นที่ปรับลดลงในช่วงที่ผ่านมา เราเชื่อว่าสะท้อนกำไรสุทธิปี 2557 แย่กว่าคาดไปแล้ว และคงมุมมองเดิมที่ผลประกอบการของ KAMART ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยคาดจะเห็นการเติบโตโดดเด่นสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักตั้งแต่ 1Q58 จึงมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน นอกจากนี้ KAMART ยังมีความน่าสนใจจากอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง เราคาดปีนี้จะมีการจ่ายปันผลราว 0.27 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4% ซึ่งที่ผ่านมา KAMART จ่ายเงินปันผลทุกไตรมาส






