ช่วงที่หุ้นลงในสัปดาห์นี้ ควรทยอยเก็บกลุ่มพลังงานทดแทน รับเหมา และแบงก์และหุ้นปันผลสูง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ผันผวนเชิงบวก
เราคาดว่าตลาดไทยวันนี้จะได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลข consumer spending ของสหรัฐฯที่ออกมาดี ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นทำ new high ได้ ประกอบกับนักลงทุนมีความมั่นใจว่า Fed จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆนี้ และทาง EQ ของยุโรปยังคงช่วยหนุน sentiment โดยรวม
แนวรับ/แนวต้าน : 1580/1600
กลยุทธ์ : ช่วงที่หุ้นลงในสัปดาห์นี้ ควรทยอยเก็บกลุ่มพลังงานทดแทน รับเหมา และแบงก์และหุ้นปันผลสูง ทยอยขายบ้างเมื่อดัชนีเข้าใกล้ 1620 จุด
สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
นักลงทุนระยะสั้น : BANPU(33), BCP(42.75)
นักลงทุนระยะยาว : GFPT(21.5), KTB(29)
จับข่าวมาเก็งกำไร
GFPT : ผู้บริหารมองว่าภาวะอุปทานไก่ล้นตลาดจะอยู่เพียงชั่วคราว เนื่องจากอุปทานจะลดลงในครึ่งหลังปีนี้ จากผลกระทบของการเกิดไข้หวัดนกในสหรัฐและยุโรป ซึ่งจะนำไปสู่การนำเข้าปู่ย่าพันธุ์ไก่ที่น้อยลง อย่างไรก็ดี คาดว่าจะเห็นผลประกอบการในไตรมาสที่ 1/58 ที่ลดลง qoq และเป็นจุดต่ำสุดของปี 2558 จากราคาเนื้อไก่ที่ต่ำมาก ทั้งนี้แม้ราคาหุ้นได้สะท้อนผลประกอบการที่น่าผิดหวังในไตรมาสที่ 1/58 แล้วแต่ขณะนี้ก็ได้ซื้อขายในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของมัน คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 17.40 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
- แบงก์ชาติเผยผลการสำรวจภาคธุรกิจล่าสุด ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการยังคงรอแรงขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยโดยรวมและการลงทุนภาครัฐ ธปท.ห่วงถ้าส่วนนี้ยังไม่เกิดกระทบการลงทุนเอกชนซบเซาหรือเลื่อนออกไปอีก พบธุรกิจผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้า ยานยนต์และชิ้นส่วน เฟอร์นิเจอร์ อสังหาริมทรัพย์ยังรอการฟื้นตัวอุปสงค์ใน-ต่างประเทศ ขณะที่ธุรกิจโทรคมนาคม สื่อสาร อสังหาริมทรัพย์บางส่วนรอความคืบหน้าลงทุนภาครัฐ
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,288..63 จุด ลดลง 155.93 จุด หรือ +0.86%
ชนีดาวโจนส์ และดัชนี S&P 500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) ขณะที่ดัชนี NASDAQ ปิดที่เหนือระดับ 5,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี เนื่องจากตลาดขานรับธนาคารกลางจีนที่ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.พ.ของสหรัฐที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือนเม.ย.ลดลง 17 เซนต์ ปิดที่ 49.59 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (2 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากสหรัฐ และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์







