วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'สั่งใช้กองทุนหมู่บ้านกระตุ้นศก.เล็งเติมอีก2หมื่นล.

"สุวพันธุ์"เผย"พล.อ.ประยุทธ์"สั่งใช้กองทุนหมู่บ้านกระตุ้นเศรษฐกิจ เล็งเติมเงิน 2 หมื่นล้านในเดือนมี.ค. "ผอ.กองทุน"รับ6-7พันกองฯมีปัญหา

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการและรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(สทบ.) เป็นประธานในการมอบนโยบายกองทุนหมู่บ้าน กองทุนแห่งชาติเพื่อประชาชนตอนหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่พนักงานของสทบ.ต้องตระหนักบทบาทว่าเราทำงานกับประชาชน และผลของการทำงานมีผลต่อความเป็นอยู่ของประชาชน ที่มีความเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งต้องส่งเสริมให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นต้องยึดปณิธาน มีจิตวิญญาณเพื่อให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น

นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศยุทธศาสตร์ว่าต้องมีความ"มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน" ในปี 5 ปีข้างหน้า จึงต้องเดินตามกรอบว่าจะดำเนินกองทุนหมู่บ้านฯอย่างไรให้มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนตลอดไป ทำให้ประชาชนมีความสุขจากความมั่งคั่งโดยมีความพอเพียงไปด้วยกันได้ เพราะไม่ว่ามีเงินน้อย หรือฐานะปานกลางก็มีความสุขได้

"ขอให้ประชาชนมีปัจจัยสี่ให้ครบถ้วน คือ อาหาร เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ซึ่งกองทุนหมู่บ้านฯต้องไปเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ ผมไม่เคยเชื่อว่ามือถือ / สมาร์ทโฟน รถยนต์จะเป็นปัจจัยที่ห้าและหก เพราะทำให้ชีวิตวุ่นวายมากขึ้น แค่ชีวิตมีความสนุกกับเพื่อนเพิ่มมากขึ้น เพราะจริง ๆ แล้วชีวิตอยู่กับปัจจัย 4 ก็เพียงพอ"นายสุวพันธุ์ กล่าว

 รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จะเดินหน้าเต็มที่ไม่มีใส่เกียร์ถอยหลัง แต่ตนทำคนเดียวไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ของกองทุนฯ เราต้องไปด้วยกัน เป็นพลังในการทำงานต้องก้าวเดินไปด้วยกัน ทำงานเป็นทีม มีความไว้ใจเชื่อใจซึ่งกันและกัน จึงหวังว่าประสิทธิภาพการทำงานจะมากกว่าเดิม และถ้ากองทุนฯตรงไหนไม่ดีตนจะไปเยี่ยมเยียนบ่อยๆ และ ตรงไหนดีแล้วจะไปแบบห่างๆ

จากนั้นนายสุวพันธุ์ เปิดแถลงข่าวถึงการดำเนินของกองทุนหมู่บ้านว่า กองทุนหมู่บ้านได้ดำเนินงานมาแล้ว 14 ปี และมีการชะงักในช่วงเวลา 2 ปี ที่ผ่านมา และยืนยันว่ากองทุนดังกล่าวเป็นประโยชน์กับประชาชน ซึ่ง14ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดสรรเงินเข้ากองทุนจำนวน 152,409 ล้านบาท และมีเงินหมุนเวียนในกองทุนไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท มีเงินออกจากสมาชิกไม่น้อยกว่า 2 หมื่นล้านบาท เงินสมทบจากสมาชิกอีก 6,000ล้านบาท เงินประกันความเสี่ยงจากสมาชิกกว่า 2,000ล้านบาท ถือว่าประโยชน์ได้ตกอยู่กับประชาชนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามกิจกรรมต่อไปรัฐบาลอาจจะริเริ่มโดยจะมีการหารือกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน ธนาคารธ.ก.ส. และภาคีเครือข่าย มาช่วยกันคิดริเริ่มงานในกองทุนร่วมกัน

นายสุวพันธุ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีแนวคิดจะเพิ่มทุนให้กับกองทุนในระยะที่ 3 จำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านฯได้อนุมัติเงินจัดสรรและโอนเงินเพิ่มทุนให้กับระยะที่ 3 ชั้นที่ 1 แล้ว 5,688 กองทุน เป็นเงิน 5,688 ล้านบาท แต่ยังเหลืออีกกว่า 2 หมื่นกองทุนยังไม่ได้รับการพิจารณาเนื่องจากยังไม่เข้าเกณฑ์การพิจารณา แต่ได้สั่งการให้สทบ.ไปติดตามช่วยให้ 2 หมื่นกว่ากองทุนฯผ่านเกณฑ์ชี้วัดให้ทันในช่วงเดือนมีนาคมนี้ โดยให้ตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองในการพิจารณาเพิ่มทุนให้กับ 2 หมื่นกองทุนดังกล่าว

"นายกรัฐมนตรีพูดในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่การฟื้นตัวยังไม่มีความเข้มแข็ง เพราะเงินยังไม่ตกถึงมือประชาชนอีกประมาณ 30 ล้านคน จึงต้องหากลยุทธ์และมาตรการของกองทุนหมู่บ้านมาเป็นกลไกที่สำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ"นายสุวพันธุ์ กล่าว

ด้านนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ กล่าวว่า ในส่วนของ 2 หมื่นกองทุนที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์นั้น พบว่ามีประมาณ 12,000 กองทุน ที่อาจจะมีการพิจารณาได้โดยเร็ว แต่อีกประมาณ 6-7 พันกองทุนยังมีปัญหาเรื่องหนี้ค้างชำระประมาณ 3,000ล้านบาท ซึ่งไม่ถึง 5% ของปัญหา ที่ต้องหารือกับสถาบันการเงินว่าจะมีมาตรการอะไรได้บ้าง โดยจะมีการลงพื้นที่ไปพูดคุยเพื่อทำให้กองทุนเหล่านั้นมีความเข้มแข็งและได้รับโอกาสในการเพิ่มทุนต่อไป รวมถึงต้องลงไปทำความเข้าใจกับแต่ละกองทุนเกี่ยวกับเรื่องของร่างพ.ร.บ.ค้ำประกันด้วย เพราะมีผลกับกองทุนที่ต้องลงไปให้ความรู้กับชาวบ้านในเรื่องร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว