คาดกำไรสุทธิปี 58 อยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท หดตัว 4.5%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- แนวโน้มผลประกอบการปี 58 2.05 หมื่นล้าน -4.5% YoY : ในปี 58 ฝ่ายวิจัยคาดว่า PTTEP จะรายงานกำไรสุทธิราว 20,515 ล้านบาทปรับตัวลง 4.5% YoY โดยคาดรายได้ราว 174,484 ล้านบาทลดลง 28% YoY สำหรับใน 1Q58 รายได้และกำไรจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วเพราะไม่มีการตั้งด้อยค่าของสินทรัพย์ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีแนวโน้มปรับตัวลง เนื่องจากราคาขายลดลงตามราคาน้ำมันที่ลดลงกว่า 48%ในปี 57 สู่ระดับปัจจุบันที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่าปริมาณการผลิตต่อวันจะเพิ่มขึ้น 6% YoY เป็น 341 KBD ก็ตาม สำหรับค่าใช้จ่ายในการผลิตลดลงสู่ 37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากนโยบายลดค่าใช้จ่ายของฝ่ายบริหารแต่ค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนปรับตัวลงเล็กน้อยจากปี 57 ในปี 58 ฝ่ายยวิจัยคาดว่า PTTEP จะไม่ต้องบันทึกด้อยค่าของแหล่งผลิตน้ำมันเนื่องจากราคาน้ำมันเริ่มสร้างฐาน
- คาดรายได้ลดลง 28% YoY สู่ 174,484 ล้านบาท : ในปี 58 คาดปริมาณการผลิตจะเพิ่มขึ้นจาก 321,886 บาร์เรลต่อวันสู่ระดับ 341,199 บาร์เรลต่อวันเติบโต 6% YoY จากแหล่งผลิต Zawtika Hess Thailand และ Algeria HBR ที่จะทำการผลิตเต็มปี และในปัจจุบันเริ่มดำเนินการสำรวจแหล่งผลิตที่บราซิลทำให้กำลังการผลิตรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามราคาขายต่อหน่วยที่ปรับตัวลงตามราคาน้ำมัน (สมมติฐานราคาน้ำมันเฉลี่ย 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) จะส่งผลให้ประมาณการรายได้ในปี 58 อยู่ที่ 174,484 ล้านบาทหดตัว 28% YoY จากปี 57 ที่ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- คาดต้นทุนต่อหน่วยลดลง 13% จากมาตรการลดค่าใช้จ่าย : ต้นทุนต่อหน่วยในปี 57 อยู่ที่ 43.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ในปี 58 คาดว่าจะปรับตัวลงสู่ 37.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่าค่าเสื่อมราคาจะทรงตัวที่ระดับ 21.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะลดลงจากมาตรการของฝ่ายบริหารที่คาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 4.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (สมมติฐานต้นทุนที่ต่ำที่สุดใน 4 ไตรมาสย้อนหลัง) ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นได้ สำหรับการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าสินทรัพย์คาดว่าจะไม่มีในปี 58 เนื่องจากเชื่อว่าราคาน้ำมันได้ถึงจุดต่ำสุดแล้วทำให้ไม่ต้องตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าเพิ่มเติมจากปี 57 ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยของ PTTEP อยู่ที่ระดับ 37.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลลดลง 13%
- การเลื่อนประมูลสัมปทานรอบที่ 21 ออกไปไม่กระทบปัจจัยพื้นฐาน : ล่าสุดรัฐบาลได้ชะลอการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ออกไป หลังจากได้ขยายเวลาเปิดรับซื้อข้อเสนอจากผู้สนใจไปถึง 16 มี.ค.แล้ว แต่จะมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความรอบคอบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ทางฝ่ายวิจัยประเมินว่าจะส่งผลลบเชิงจิตวิทยาต่อ PTTEP แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานเนื่องจากยังไม่รวมสัมปทานรอบที่ 21 เข้าในประมาณการ
- แนะนำ “ซื้อ”โดยมีราคาเป้าหมายปี 58 ที่ 137 บาท : สำหรับการลงทุนระยะยาวเรายังแนะนำ “ซื้อ” เนื่องจากมองว่า Down Side Risk ค่อนข้างต่ำหลังราคาน้ำมันปรับลงเกือบ 50% ในปี 57 และเริ่มสร้างฐานได้ทำให้ผลประกอบการมีแนวโน้มทรงตัวตามราคาน้ำมัน ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี PBV อิง Prospective PBV ที่ 1.4 เท่าจะได้ราคาเหมาะสมปี 58 ที่ 137 บาท ซึ่งยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด









