กลุ่มเซ็นทรัล อัดฉีด 4 หมื่นล้านลุยลงทุน "ออฟไลน์-ออนไลน์" วางยุทธศาสตร์เจาะขุมทองอาเซียน เร่งสร้างฐานธุรกิจ "เวียดนาม-มาเลย์-อินโดฯ"
พร้อมปักหลัก "5เขตเศรษฐกิจชายแดนไทยเชื่อมการค้าเพื่อนบ้าน" ขยายตลาดกลุ่ม "ลักชัวรี คอลเลคชั่น" ดัน ค้าปลีก-โรงแรม เจาะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 2.86 แสนล้าน โต 15%
ทุนไทยยักษ์ใหญ่ "เซ็นทรัลกรุ๊ป" เปิดเกมรุกขยายตลาดในอัตราเร่งทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะ "อาเซียน" ตลาดแห่งอนาคต "ยุโรป" ที่มีโอกาสมหาศาลจากความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ขณะที่ "ไทย" สามารถต่อยอดสร้างประโยชน์จาก "เขตเศรษฐกิจการค้าชายแดน" ภายใต้ความได้เปรียบของกิจการหลากหลายในเครือครอบคลุมธุรกิจค้าปลีก ศูนย์การค้า โรงแรม อาหาร และแบรนด์แฟชั่น พร้อมลงทุนเมื่อมี "จังหวะ" และ "โอกาส"
นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวถึงทิศทางธุรกิจและการลงทุนประจำปี 2558 ว่า จัดสรรงบ 4 หมื่นล้านบาท ขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รองรับปัจจัยบวก การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งภูมิภาค การลงทุนของภาครัฐ การขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการเติบโตของการค้าชายแดน
โดยกลุ่มเซ็นทรัลเปิดกว้างการลงทุนทุกรูปแบบ ทั้งการลงทุนเอง การร่วมทุน การซื้อกิจการ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากว่า 10 ดีล ทั้งไทย อาเซียน เอเชีย และยุโรป
"ภาพรวมของกำลังซื้อปีนี้ ปรับตัวดีขึ้น แม้ว่าตลาดต่างประเทศจะน่าห่วง ทั้งปัญหารัสเซีย ความไม่แน่นอน ความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศต่างๆ กระทบเสถียรภาพการเมืองระหว่างประเทศ เป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องเตรียมความพร้อมขององค์กร"
ทั้งนี้ ประเทศไทยยังมีศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจได้อีกมาก ขณะที่ตัวแปรการเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัลอยู่ที่ดีล "ซื้อกิจการ" หากประสบความสำเร็จจะส่งผลต่ออัตราการเติบโตในทันที เบื้องต้น ปีนี้ เซ็นทรัล ตั้งเป้าหมายยอดขาย 2.86 แสนล้านบาท เติบโต 15% จากปีที่ผ่านมา มียอดขาย 2.49 แสนล้านบาท เติบโต 6.6% ท่ามกลางสถานการณ์ไม่ปกติแต่สามารถขยายธุรกิจได้ตามเป้าหมาย คือ เปิดศูนย์การค้า 2 แห่ง ห้างสรรพสินค้า 5 แห่งทั่วประเทศ เปิดโรงแรมเพิ่ม 2 แห่ง รวมถึงสาขาของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกต่างๆ
สร้างฐานธุรกิจอาเซียนแกร่ง
สำหรับ ยุทธศาสตร์ของเซ็นทรัล มุ่งสร้างฐานการเติบโตใน "ภูมิภาคอาเซียน" ผ่านตลาดหลัก 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
"ปี 2557 เป็นปีที่สำคัญของเซ็นทรัลกรุ๊ปในการวางรากฐานครบใน 3 ประเทศหลัก เมื่อมีฐานชัดเจน ฉะนั้นโอกาสในอนาคตมีค่อนข้างมาก ทั้งการสยายปีกกิจการในเครือ และต่อยอดเป็นช่องทางนำแบรนด์ไทยสู่ภูมิภาคอาเซียน จากอดีตเซ็นทรัลนำเข้าอินเตอร์แบรนด์เปิดตลาดในไทย จากนี้บทบาทของเราจะเป็นผู้นำไทยแบรนด์สู่อาเซียน"
ล่าสุด เซ็นทรัลได้เข้าไปลงทุนใน บริษัท เหงียน คิม ซึ่งเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อันดับหนึ่ง 1 ของเวียดนาม มีเครือข่ายสาขาครอบคลุม 21 แห่งทั่วประเทศ ยอดขายกว่า 15,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับศักยภาพของ "เพาเวอร์บาย" ของกลุ่มเซ็นทรัล เชื่อว่าจะทำให้ เหงียน คิม เติบโตอย่างแข็งแกร่งในเวียดนาม และผลักดันเพาเวอร์บาย กลายเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ เซ็นทรัล ได้เข้าซื้อแบรนด์แฟชั่น HCH Industries SdnBhd ของมาเลเซีย มีการเปิดตัวห้างสรรพสินค้าโรบินส์ (Robins) ในฮานอย, โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม และห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย
ปักหลักเขตเศรษฐกิจพิเศษ
พร้อมกันนี้ เซ็นทรัลยังได้วางยุทธศาสตร์ขยายการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแนวชายแดนเพื่อเชื่อมต่อการค้า การลงทุน ประเทศเพื่อนบ้าน เปรียบเสมือนประตูสู่อาเซียน
"ปีนี้ เน้นขยายการค้าชายแดนให้ครบทุกภูมิภาค จากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญทำให้ธุรกิจชายแดนมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ไม่เฉพาะด้านการค้า แต่รวมถึงการท่องเที่ยว เป็นโอกาสที่เราจะต่อยอด ใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด"
โดยที่ผ่านมาเซ็นทรัลได้มีขยายการลงทุนในจังหวัดที่เป็นจุดเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ครอบคลุม "5เขตเศรษฐกิจ" ประกอบด้วย เซ็นทรัล พลาซา เชียงราย ประตูเชื่อมต่อทางการค้าระหว่างไทย ลาว และพม่า ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่เปิดเส้นทางการค้าสู่ประเทศจีน โดยในอนาคตอันใกล้เชียงรายจะกลายเป็นศูนย์กลางการค้าทางภาคเหนือ
ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน มุกดาหาร เชื่อมระหว่างไทยและลาว ด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว 2 เชื่อมต่อไปยังแขวงสะหวันนะเขต เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจตะวันตก ตะวันออก ของไทย ที่มีการวางระบบโลจิสติกส์พร้อมสมบูรณ์
ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา อุดร นับเป็นไลฟ์สไตล์ฮับ ของภาคอีสานตอนเหนือที่สามารถรองรับผู้บริโภคจากลาวที่เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกสบายระยะทางห่างจากเวียงจันทร์ไม่ถึง 100 กม.
เซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ จ.สงขลา เชื่อมต่อไปยังปีนัง เมืองใหญ่อันดับ 2 ของมาเลเซีย รองจากกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งปีนังถือเป็นศูนย์กลางการค้าขายระหว่างไทยกับมาเลเซียที่มีความคึกคักมายาวนาน
โดยปีนี้ เตรียมเปิดโครงการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต บางใหญ่, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสท์ วิลล์ ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม, โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ศรีสมาน อ.ปากเกร็ด, โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ บุรีรัมย์ และ เซ็นทรัล พลาซ่า ระยอง
"เซ็นทรัล พลาซา ระยอง รองรับกำลังซื้อมหาศาลของกลุ่มเป้าหมายกำลังซื้อสูงใน จ.ระยอง และกลุ่มเป้าหมายใหม่จากการเปิดเออีซี"
ระยองนับเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมใหญ่ที่สุดของประเทศ เป็นประตูแห่งภาคตะวันออก สู่กัมพูชา-เวียดนาม ในอนาคตจะได้รับประโยชน์จากโครงการเมกะโปรเจคของภาครัฐ ทั้งรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-ระยอง มอเตอร์เวย์สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด อาเซียนไฮเวย์ สาย R10 เส้นทางเลียบชายฝั่งด้านใต้ (Southern Coastal Corridor) ไทย (กรุงเทพฯ-ตราด)-กัมพูชา-เวียดนาม
นอกจากนี้ จะมีการเปิดบริการ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ แม่สอด รองรับกำลังซื้อมหาศาลจากพม่า ซึ่งข้อมูลจากหอการค้า จ.ตาก ประเมินว่า หลังเปิดเออีซี ในปี 2558 มูลค่าการค้าชายแดนบริเวณ ด่านการค้าชายแดนแม่สอด-เมียวดีจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี สินค้าที่มีโอกาสขยายการส่งออกผ่านด่านชายแดนดังกล่าว จะเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทุกประเภท โดยชาวพม่าถือว่าสินค้าจากประเทศไทยเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ
ชู'ลักชัวรี คอลเลคชั่น'บุกยุโรป
ขณะเดียวกัน เซ็นทรัล เดินหน้าขยายตลาดกลุ่มลักชัวรี คอลเลคชั่น (Luxury collection) จากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้มีการขยายตลาดและการดำเนินธุรกิจในยุโรปผ่านการเข้าซื้อกิจการห้างสรรพสินค้าลา รินาเซนเต้ (la Rinascente) ในอิตาลี และ อิลลุม (Illum) ในเดนมาร์ก เป็นแฟลกชิพสโตร์
"นักท่องเที่ยวปีละกว่า 50 ล้านคน ที่เดินทางไปยังอิตาลีและเดนมาร์ก ทำให้ธุรกิจในยุโรปมีการเติบโตที่ดี สะท้อนโอกาสทางการตลาดของเมืองที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว (tourist destination) ระดับโลก ซึ่งคือเป้าหมายของธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลที่จะมีเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกในกลุ่มลักชัวรี คอลเลคชั่นมากขึ้นในอนาคต หรือ 2-3 สาขา ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า"
ทั้งนี้ เซ็นทรัล มีแผนเปิดห้างสรรพสินค้า ลา รินาเซนเต้ สาขาใหม่ ใจกลางกรุงโรม อิตาลี เป็นห้างสรรพสินค้าใหญ่และครบวงจรที่สุดในอิตาลี และ ปรับโฉมห้างอิลลุม ที่โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ขณะที่ธุรกิจโรงแรมจะมีการขยายตัวในภูมิภาคยุโรปเช่นกัน มีเป้าหมายเมืองท่องเที่ยวหลักของโลก อาทิ ลอนดอน และปารีส เป็นต้น
สำหรับประเทศไทย "เซ็นทรัล เอ็มบาสซี" เป็นหนึ่งธุรกิจในกลุ่มลักชัวรี คอลเลคชั่น นอกเหนือจาก ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม ซึ่งเป็นแฟลกชิพสโตร์ของกลุ่ม
บุกออนไลน์เสริมทัพ
ในปีนี้ เซ็นทรัลยังเร่งขยายกิจการในเครือ อาทิ กลุ่มฟู้ด รีเทล (Food Retail) จะมีการเปิดสาขาใหม่ในปีนี้ อีกกว่า 300 แห่ง กลุ่มธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตในเครือเซ็นทารา จะมีการเปิดโรงแรมเพิ่มอีก 9 โรงแรม จำนวนห้องกว่า 1,800 ห้อง ทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ธุรกิจออนไลน์ มีความสำคัญมากในยุคปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ช่องทางออนไลน์จึงกลายเป็นมาเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหนึ่งของการค้าที่มีโอกาสเติบโตอย่างมาก ด้วยตัวสินค้าและแบรนด์ของเซ็นทรัลที่มีอยู่จำนวนมากมาย จึงทำให้ลูกค้าสามารถมีทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ www.central.co.th ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือด้วยมาตรฐานของแบรนด์ในกลุ่มเซ็นทรัล เตรียมเปิดตัวทางการในเดือน มี.ค. นี้







