'สแตนเลย์'ห่วงยานยนต์ฟื้นช้า

'สแตนเลย์'ห่วงยานยนต์ฟื้นช้า

"สแตนเลย์" รับไม่มั่นใจยานยนต์ฟื้น หลังเดือน ม.ค. ยอดขายยังทรงตัว มั่นใจระยะยาวยังเติบโตต่อเนื่องตามค่าเฉลี่ยที่ผ่านมา 5-10% ต่อปี

นายอภิชาต ลี้อิสสระนุกูล กรรมการ บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY เปิดเผยว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้ยังมีความไม่ชัดเจนค่อนข้างมาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศโดยรวมยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน หลังตัวเลขจีดีพียังอยู่ในระดับ กำลังซื้อก็ยังไม่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และที่สำคัญคือยอดขายในช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ก็ยังคงทรงตัวจากปีที่แล้ว

“ในขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หลังจากอุตสาหกรรมหยุดนิ่งมานาน 16-17 เดือน ตั้งแต่เกิดปัญหาทางการเมือง ซึ่งปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจก็ยังไม่ได้ฟื้นตัวชัดเจน ทำให้ยอดขายในช่วงที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้นลงอยู่ตลอด ทำให้ในช่วงนี้บริษัทจะประเมินสถานการณ์แบบเดือนต่อเดือนไปก่อน และปรับกำลังการผลิตตามสถานการณ์ที่ประเมินโดยใช้การเปรียบเทียบกับปี 2557 และในขณะนี้ยังไม่อยากจะเชื่อการคาดการณ์ของใคร เพราะคงไม่ต่างจากการเดาเท่านั้น” นายอภิชาต กล่าว

ทั้งนี้ หากมองออกไปในระยะยาวสัก 3-5 ปีข้างหน้า บริษัทยังมั่นใจว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะสามารถเติบโตได้ต่อเนื่องดังเช่นในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% ต่อปี แต่สาเหตุที่ในระยะสั้นกลุ่มยานยนต์ดูชะลอตัวลงไป เป็นเพราะในบางปีอุตสาหกรรมมีการเติบโตเกินกว่าปกติ ส่วนเป้าหมายของบริษัทในปีนี้ คงต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการเสร็จสิ้นเสียก่อน ซึ่งคงต้องรอให้บริษัทสรุปการดำเนินงานประจำปีเสียก่อน โดยปีงบประมาณของบริษัทจะเริ่มไตรมาส 1 ในเดือน เม.ย.

นายสุรชัย ประมวลเจริญกิจ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แม้อุตสาหกรรมยานยนต์จะมีแนวโน้มฟื้นตัวจากปีที่ผ่านมา ตามการคาดการณ์ว่าตัวเลขจีดีพีน่าจะโต 3.5-4% และกำลังซื้อภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกที่น่าจะโตได้ถึง 10% แต่ทั้งนี้มองว่ายังมีความเสี่ยงอยู่หากการคาดการณ์เหล่านั้นไม่เป็นไปตามคาด ฉะนั้นควรจะรอดูสัญญาณที่ชัดเจนในช่วงไตรมาส 2

ขณะที่สภาอุตสาหกรรมได้คาดการเบื้องต้นยอดผลิตรถยนต์ปี 2558 เท่ากับ 2.2 ล้านคัน หรือ เติบโต 17% จากปี 2557 หรือมียอดผลิตรถยนต์ต่อเดือนเท่ากับ 1.83 แสนคัน เทียบกับตัวเลขครึ่งหลังของปี 2557 ที่มียอดผลิตรถยนต์ต่อเดือนประมาณ 1.4-1.6 แสนคัน เชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างลำบาก เนื่องจากปัญหาหนี้สินของครัวเรือน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจยังไม่เด่นชัด ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์ปี 2558 ลงเหลือ 2.1 ล้านคัน จากประมาณการเดิม 2.2 ล้านคัน สำหรับตลาดรถยนต์ในประเทศค่ายรถยนต์โตโยต้า คาดว่าจะมียอดขาย 9.2 แสนคัน เติบโตจากปีก่อน 4% แต่ทั้งนี้เชื่อว่าปัจจุบันจะเป็นจุดต่ำสุดของอุตสาหกรรม

“หากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปตามที่คาดไว้ เชื่อว่ายอดขายรถยนต์ในปีนี้น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.1 ล้านคัน จากปีก่อนที่ 1.88 ล้านคัน และเชื่อว่ารายได้ของกลุ่มยานยนต์น่าจะโตได้ 10% ขณะที่กำไรสุทธิจะเติบโตได้เกือบ 15% จากปีก่อน” นายสุรชัย กล่าว
ขณะที่ บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า คาดว่าผลประกอบการหุ้นกลุ่มยานยนต์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยคาดการณ์กำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2558 ตามภาวะอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัว และในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะรับผลบวกจากประเด็นข่าวที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติโครงการลงทุนอีโคคาร์ เฟส 2 ที่มีผู้ผลิตเข้าร่วม 10 ราย มูลค่าเงินลงทุน 87,000 ล้านบาท โดยมีแผนใช้ประเทศไทยเป็นฐานการส่งออกในภูมิภาค ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมราว 1.26 ล้านคัน เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากโครงการแรก

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี มองว่าผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรม บริษัทสมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT มีความน่าสนใจมากที่สุด ตามอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของประเทศ ซึ่งจะเริ่มกลับมาเติบโตจากฐานการผลิตที่เป็นปกติ และการเติบโตต่อเนื่องจากลูกค้าคูโบต้าที่มีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีกราว 18% ในช่วงปี 2558