วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์เข้มราคาสินค้าเร่งรับมือพืชผลไม้ตกต่ำ

"พาณิชย์"เดินหน้าคุมเข้มราคาสินค้า พร้อมเร่งแผนรับมือพืชผลไม้ตกต่ำ

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ยังคงเดินหน้าคุมเข้มราคาสินค้า แม้จะไม่มีกลุ่มผู้ผลิตขอปรับราคาก็ตาม พร้อมกับเข็นโครงการโมบายธงฟ้าออกมาเพื่อนำสินค้าราคาถูกกระจายให้กับผู้บริโภค ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีสินค้าชนิดใดทำเรื่องขอปรับขึ้นราคามายังกรมการค้าภายใน เพราะต้นทุนการผลิตสูงขึ้น มีเพียงการแจ้งถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สูตรใหม่ และขนาดใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ทำให้ต้องมีการพิจารณาราคาจำหน่ายที่เหมาะสม สำหรับแนวโน้มราคาสินค้าทั่วไปที่มีอยู่เดิมก็ยังทรงตัวยังไม่มีสินค้าปรับขึ้นราคา

"กรมได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจลงพื้นที่ตรวจสอบอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่เพิ่มกำลังมากกว่าปกติในช่วงนี้ เพราะเทศกาลต่างๆ อาจทำให้เกิดการฉวยโอกาสขึ้นได้ โดยการลงพื้นที่ตรวจสอบในแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือว่าช่วยลดปัญหาเรื่องการจำหน่ายสินค้าในราคาไม่เป็นธรรมลงได้ และโดยรวมถือว่าการออกตรวจนั้นทำให้ราคาสินค้าเป็นไป ตามกลไกตลาด ลดการฉวยโอกาส" นายบุณยฤทธิ์ กล่าว

ส่วนธงฟ้าเคลื่อนที่ หรือ โมบายยูนิท ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีโดยเฉพาะจากแม่บ้านเพราะเข้าถึงแหล่งชุมชน มียอดขายกว่า 5.2 ล้านบาท ลดค่าครองชีพได้กว่า 2.2 ล้านบาท แต่จะทำต่อหรือไม่ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และกลไกตลาดด้วย

ส่วนการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรนั้น กรมได้เสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) เพื่อหามาตรการบรรเทาผลกระทบจาก ผลผลิตหอมหัวใหญ่ล้นตลาด เนื่องจากมีการนำเข้ามา จากประเทศจีนถึง 76,000 ตัน ขณะที่ผลผลิตในประเทศอยู่ที่ 40,000 ตัน และมีความต้องการใช้ 90,000 ตัน ดังนั้นจึงขอให้คชก.สนับสนุนจูงใจให้ผู้ประกอบการนำผลผลิตมาเก็บฝากไว้กับห้องเย็นของรัฐประมาณ 5,000 ตัน ในเวลาไม่เกิน 3 เดือน เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงผลผลิต ออกจำนวนมาก และคาดว่าน่าจะลดปริมาณผลผลิตที่ล้นลงได้

ส่วนการป้องกันผลผลิตกระเทียมล้นตลาดที่จะทยอยออกมาในช่วงเดือนมี.ค.โดยร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้มงวดตรวจสอบการขนย้ายผลผลิต ที่ต้องมีเอกสารหลักฐานที่ถูกต้อง เนื่องจากกระเทียมมีการลักลอบนำเข้ามามาก

ส่วนหอมหัวแดงแม้ว่าไม่ต้องขออนุญาตก่อนการขนย้ายแต่กรมการค้าภายในก็จะออกตรวจสอบปริมาณและผลผลิตอย่างต่อเนื่องเพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาก่อนถึงมีการแก้ไข

นางดวงกมล เจียมบุตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในวันที่ 2 มี.ค.2558 เพื่อร่วมกันจัดทำมาตรการรับมือผลไม้ฤดูการผลิตปี 2558 ที่กำลังจะทยอยออกสู่ตลาด โดยภาคตะวันออก มังคุดจะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมี.ค. เงาะ ทุเรียน เดือนเม.ย. ลองกอง เดือนก.ค.-ส.ค. ส่วนในภาคใต้ และภาคเหนือ ผลไม้จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. ทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด ลำไย ขณะที่สับปะรด และกล้วย ผลผลิตออกสู่ตลาดเกือบทั้งปี

สำหรับแนวทางในการเตรียมความพร้อมด้านการตลาด กระทรวงพาณิชย์จะเร่งกระจายผลไม้ไปยังตลาดปลายทางนอกแหล่งผลิต ได้แก่ ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดกลางในภูมิภาค ตลาดชายแดนติดต่อประเทศเพื่อนบ้าน ตลาดชุมชน และศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) การส่งเสริมและรณรงค์การบริโภคผลไม้ โดยร่วมมือกับภาคราชการและเอกชนในการจัดเทศกาลผลไม้ จัดงานร่วมกับสินค้า OTOP ในสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ส่งเสริมให้มีการแปรรูปผลไม้มากขึ้น และส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรมีการพัฒนาคุณภาพผลไม้แปรรูป

นอกจากนี้จะเร่งผลักดันการส่งออก โดยจัดคณะผู้แทนการค้าจากประเทศต่างๆ เข้ามาซื้อผลไม้ไทย จัดคณะผู้แทนการค้าไทยออกไปขายผลไม้ยังประเทศเป้าหมาย นำผู้ประกอบการค้าผลไม้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ เช่น ลาว เวียดนาม อินเดีย มาเลเซีย เป็นต้น จัดคาราวานสินค้าผลไม้ ผลไม้แปรรูป และสินค้า OTOP ไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน และจัดการส่งเสริมการขายสินค้าภายในห้าง ที่จีน กัมพูชา ญี่ปุ่น อเมริกา และอิตาลี เป็นต้น