วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอ็มเอไอยัน'ไอพีโอ'คุณภาพดี

ผู้จัดการตลาด "เอ็มเอไอ" ยันคุณภาพบจ.เข้าไอพีโอยังดี ราคาหุ้นยังเหนือจอง 100 % มั่นใจ 4 ปีครบ 100 บจ.

นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ เปิดเผยว่า คุณภาพของบริษัทที่เข้าทำการจดทะเบียนใหม่ หรือหุ้นไอพีโอในปี 2557 ยังมีคุณภาพดี หากพิจารณาจากผลประกอบการ และราคาของหุ้นปัจจุบัน ยังปรับตัวเหนือราคาจองซื้อมากกว่า 100% การนำบริษัทเข้าจดทะเบียน มีผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบคุณภาพของบริษัทจำนวนมาก ทำให้มั่นใจในคุณภาพของบริษัทได้

"การเข้าจดทะเบียนของแต่ละบริษัท มีขั้นตอนการตรวจสอบจำนวนมาก ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษาทางการเงิน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกันตรวจสอบคุณภาพพื้นฐานของบริษัท จึงมั่นใจในระดับหนึ่งว่า บริษัทที่เข้ามามีพื้นฐานดี"

เขากล่าวต่อว่า ในอนาคตจะมีบริษัทขนาดเล็กเข้ามาจดทะเบียนมากขึ้น จากโครงการหุ้นใหม่ความภูมิใจของจังหวัด หุ้นนวัตกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าจดทะเบียนเพิ่มขึ้น และจากการลงพื้นที่สำรวจของทีมงาน พบว่า มีบริษัทให้ความสนใจเข้าจดทะเบียนจำนวนมาก

อีกทั้งบริษัทจดทะเบียน ที่อยู่ในโครงการหุ้นใหม่ ความภูมิใจของจังหวัดในชุดแรก ได้เตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียน และสามารถยื่นไฟลิ่งได้ ทำให้หุ้นขนาดเล็กจะยังเข้ามาต่อเนื่อง

ส่วนเป้าหมายการทำงานในตำแหน่งผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ที่จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียน 100 บริษัท ในวาระ 4 ปี มีความเป็นไปได้ โดยช่วง 1 ปีที่ผ่าน มีบริษัทเข้าจดทะเบียนแล้ว 21 บริษัท แต่ข้อจำกัดที่สำคัญ คือ จำนวนผู้ตรวจสอบบัญชีมีเพียง 150 คน ต้องรับหน้าที่ตรวจสอบบัญชีบริษัทจดทะเบียน ทั้งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ เป็นคอขวดของการนำบริษัทเข้าจดทะเบียน ดังนั้นต้องหาวิธีการเพิ่มจำนวนผู้ตรวจสอบบัญชี เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทที่จะเข้าไอพีโอในอนาคต

สำหรับภาวะหุ้นไอพีโอ ในครึ่งปีแรกจะไม่คึกคัก มีเพียง 2-3 บริษัท ที่จะเข้าทำการซื้อขาย โดยบริษัทส่วนใหญ่ต้องรอผลการดำเนินงานงวดปี 2557 ออกมาก่อน ถึงจะยื่นไฟลิ่งได้ โดยคาดว่าจะเห็นการเริ่มยื่นไฟลิ่ง และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คึกคักช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

ด้านนายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ เอพีเอ็ม ในฐานะที่ปรึกษาการเงินของบริษัท ภูเก็ตเป๋าฮื้อ ฟาร์ม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมนำ ภูเก็ตเป๋าฮื้อ ฟาร์ม เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ภายในปี 2560 โดยแผนงานระยะอันใกล้ บริษัทต้องปรับโครงสร้างทางการเงินเสียก่อน ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 132 ล้านบาท

นอกจากนี้บริษัทต้องการเพิ่มหุ้นส่วนทางธุรกิจ เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่าย โดยมีบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ 2 รายที่เข้ามาเจรจาเพื่อเป็นตัวแทนจำหน่าย ความคืบหน้าอยู่ระหว่างการพิจารณา ทั้งนี้ภูเก็ตเป๋าฮื้อ ได้ความสนใจจากกองทุนจำนวนมาก มีกองทุน 2 ราย เข้ามาเจรจาเพื่อร่วมลงทุนก่อนเข้าจดทะเบียน โดยบริษัทกำหนดนโยบายจะให้พันธมิตรรายใหม่เข้าถือหุ้นไม่เกิน 20 % ของบริษัท

สำหรับเงินที่ได้รับจากไอพีโอ เพื่อจะนำไปใช้ค้นคว้าและวิจัยนวัตกรรม เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทให้ดีมากขึ้น ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จาก 3 ช่องทาง ทั้ง จำหน่ายเป็นอาหารสด 30% แปรรูปเป็นเครื่องสำอาง 30% และการส่งออก 30%