ผลประกอบการจะดีขึ้นในไตรมาส 1/58
กำไรสุทธิต่ำกว่าที่คาดการณ์
BANPU รายงานกำไรสุทธิที่ 66 ล้านบาท ในไตรมาส 4/57 ลดลง 50% QoQ และ 90% YoY ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดการณ์ไว้ ประมาณ 150 ล้านบาท จำนวนตัวเลขที่น่าผิดหวังนี้เกิดจากการทำประกันความเสี่ยงด้านราคาของน้ำมันดีเซล จำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดการณ์ไว้ที่ 25 ล้านเหรียญสหรัฐ หากไม่รวมรายการพิเศษ ตัวเลขหลักจะเท่ากับ 501 ล้านบาท (เป็นไปตามที่เราคาดฯ) ลดลง 60% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 358% YoY บริษัทประกาศอัตราเงินปันผลต่อหุ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ที่ 0.70 บาท (คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 5.1% ต่อปี) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าที่เราตั้งสมมติฐานไว้ที่ 0.50 บาท หรือเท่ากับ 1.20 บาทต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันกับการจ่ายเงินปันผลในปี 2556 (ขึ้นเครื่องหมาย XD ณ วันที่ 10 เมษายน)
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
ประเด็นหลัักสำหรับผลประกอบการ ได้แก่ 1) การขาดทุนจากการทำการประกันความเสี่ยงด้านราคาของน้ำมันดีเซล จำนวน 33 ล้านเหรียญสหรัฐ 2) กำไรจาก BLCP ลดลงเหลือ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (ในไตรมาส 3/57 เท่ากับ 17 ล้านเหรียญสหรัฐ) เนื่องจากการหยุดโรงงานเพื่อการบำรุงรักษา 3) ปริมาณขายของ ITMG และ CEY ลดลงจาก 7.7 และ 4.7 ล้านตัน ในไตรมาส 3/57 เหลือ 7.4 และ 3.7 ล้านตัน ในไตรมาส 4/57 ตามผลกระทบตามฤดูกาลและการหยุดซ่อมบำรุงเหมืองของ CEY ในทางตรงกันข้าม แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยของ ITMG ลดลง 6% QoQ เหลือ 63 เหรียญสหรัฐต่อตัน จาก 67 เหรียญสหรัฐต่อตัน (ในไตรมาส 3/57) อัตรากำไรขั้นต้นกลับเพิ่มขึ้น 400bps QoQ เป็น 34% ในมุมมองของเรา ผลประการที่ดีขึ้นนี้เป็นผลมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ต่ำลง ในทางกลับกัน กำไรขั้นต้นของ CEY ลดเหลือ 23% จาก 32% ในไตรมาส 3/57 เพราะการหยุดซ่อมบำรุงเหมืองนั่นเอง
แนวโน้ม
ITMG ราคาขายถ่านที่ทำสัญญาแล้วของ ITMG ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 60 เหรียญสหรัฐต่อตัน นั่นหมายถึงว่าในไตรมาส 1/58 ราคาขายเฉลี่ยของ ITMG จะลดลงอีก 3 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่เราพิจารณาเหตุการณ์นี้ว่าจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะราคาดังกล่าวจะมีผลถึงแค่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 (ถ้าการรีบาวด์ของราคาถ่านหินในปัจจุบันไม่หยั่งยืน) นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดีเซลในอินโดนีเซียยังลดลงจาก 0.8 เหรียญสหรัฐต่อลิตร (ในไตรมาส 4/57) เหลือ 0.7 เหรียญสหรัฐต่อลิตร รวมทั้งการลดลงของอัตราส่วนการเปิดหน้าดิน ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง 3-4 เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงทางด้านราคา นอกเหนือจากนี้การกลับมาดำเนินการของ BLCP จะช่วยกระตุ้นผลประกอบการในไตรมาส 1/58
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
แม้ว่าเราคาดการณ์กำไรที่ต่ำกว่าปรกติตลอดทั้งในปี 2558 แต่เรายังไม่เห็นว่าความเสี่ยงที่จะต้องลดการประมาณการณ์ลงจากที่เราคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้เนื่องจากราคาที่ได้ทำสัญญาไว้น่าจะแสดงถึง base line ของราคาขายเฉลี่ย ทั้งนี้ BANPU ได้ทำสัญญาตอนที่ราคาถ่านหินอยู่ที่ประมาณ 62-65 เหรียญสหรัฐต่อตัน ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ราคาในปัจจุบันเท่ากับ 70 เหรียญสหรัฐต่อตัน
คำแนะนำ
เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ BANPU แม้เราคาดว่าตลาดจะทำการปรับลดประมาณการกำไรเพิ่มเติม อีกทั้งกำไรจะยังคงไม่ผ่านจุดต่ำสุดจนกว่าจะถึงไตรมาส 2/58 เราคิดว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันซึ่งต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีนั้นไม่เหมาะสม สมมติฐานราคาถ่านหินปี 2558 ของเราในขณะนี้ซึ่งต่ำกว่าตลาดที่ 64 เหรียญต่อตันบ่งชี้ว่า BANPU จะยังคงสามารถทำกำไรจากการดำเนินงานได้และความเสี่ยงต่อกำไรนั้นมีจำกัด นอกจากนี้การเริ่มดำเนินการผลิตของโรงไฟฟ้าหงสาในช่วงกลางปี 2558 จะช่วยกระตุ้นศักยภาพในการทำกำไรของบริษัท รวมถึงยังจะหนุนให้อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้นปรับขึ้นใกล้เคียงกับระดับภูมิภาคในปี 2559 ได้อีกด้วย






