"โบรกเกอร์" มั่นใจปีนี้กำไรกลุ่มค้าส่ง-ค้าปลีก เติบโต 2 หลัก ตามการบริโภคในประเทศเติบโต 3% จากปีก่อนที่เติบโต 0.8% ชู "ซีพีออลล์" เด่นสุด
นายวัชรุตม์ วัชรวงศ์สิทธิ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมค้าส่งและค้าปลีกปีนี้ จะกลับมาเติบโตได้ดีอีกครั้ง หลังปีก่อนการเติบโตชะลอตัวลงตามการบริโภคในประเทศ โดยการเติบโตของกำไรของบริษัทในกลุ่มนี้ ตามที่ประเมินไว้ ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เติบโต 39% บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIGC เติบโต 12% และบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เติบโต 19%
"เชื่อว่ากำไรของบริษัทในกลุ่มค้าส่งและค้าปลีกปีนี้ จะเติบโตตามการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ โดยประเมินว่าน่าจะเติบโต 3% จากปีก่อนที่เติบโตเพียง 0.8% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น" นายวัชรุตม์ กล่าว
สำหรับการเติบโตปีนี้ เชื่อว่าจะมาทั้งจากยอดขายสาขาเดิม และยอดขายจากการเปิดสาขาใหม่ ซึ่งจากการพูดคุยกับแต่ละบริษัทมีมุมมองว่าในช่วงปี 2558-2559 ตลาดภายในประเทศยังมีช่องว่างให้ขยายสาขาเพิ่มเติมได้ ขณะที่หนี้สินครัวเรือนที่ยังกดดันกำลังซื้อของประชาชนระดับรากหญ้าอยู่นั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทกลุ่มนี้มากนัก เนื่องจากการอุปโภคบริโภคเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต
ขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มนี้ประเมินว่าบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) มีความน่าสนใจในการเข้าลงทุนมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีค่าพีอีโกรทที่ 0.7 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มซึ่งอยู่ที่ 1.3 เท่า ขณะที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ และบริษัท สยามแม็คโคร แม้ประเมินว่ากำไรจะสามารถเติบโต 12% และ 19% ตามลำดับ แต่ค่าพีอีโกรทในปัจจุบันอยู่ที่ 1.53 เท่า และ 1.37 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม
"สาเหตุที่ซีพีออลล์มีความน่าสนใจเข้าลงทุนมากที่สุด นอกจากค่าพีอีโกรทที่ต่ำกว่ากลุ่มแล้ว เชื่อว่าค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจะลดลง 6% จากปีก่อน ภายหลังการจำหน่ายหุ้นกู้รวม 4 ครั้ง มูลค่ารวม 1.4 แสนล้านบาท และที่สำคัญยอดขายจากสาขาเดิม และสาขาใหม่ในปีนี้อีกประมาณ 700 สาขา รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากแม็คโครน่าจะช่วยให้กำไรสุทธิเติบโต 39% เป็นไปตามเป้าที่คาดการณ์ไว้" นายวัชรุตม์ กล่าว
ล่าสุดบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ได้ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2557 มีรายได้รวม 1.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.38% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 7,234.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.72% ทางด้านบริษัท สยามแม็คโคร มีรายได้รวม 1.42 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,884.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.6%
ด้านนายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อายุ 2 ปี และ 5 ปี ซึ่งจะเสนอขายเร็วๆ นี้ สำหรับอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ครั้งนี้อยู่ระหว่างการจัดทำโดยบริษัท ฟิทช์เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลช่วงปลายเดือน ก.พ. นี้
เขากล่าวต่อว่า หุ้นกู้ที่จะจัดจำหน่ายในครั้งนี้ เป็นการออกหุ้นกู้เพื่อนำไปทดแทนเงินกู้ยืม จึงไม่ได้เป็นการก่อหนี้เพิ่ม ทั้งนี้บริษัทได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ไปแล้วทั้งสิ้น 4 ครั้ง โดยการเสนอขายที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักลงทุน ทั้งนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไป
การเสนอขายครั้งนี้ จะเสนอขายผู้ลงทุนทั่วไปขั้นต่ำ 100,000 บาทต่อชุด และเพิ่มเป็นทวีคูณของ 100,000 บาท กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน สำหรับหุ้นกู้อายุ 5 ปี บริษัทมีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนด โดยสามารถไถ่ถอนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนได้ภายหลังจากครบกำหนด 1 ปี นับจากวันออกหุ้นกู้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินทุนในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น








