วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMART - ซื้อ

มูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญจากโครงการโรงไฟฟ้าในปี 2558

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น SAMART เนื่องจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน/พลังงานทางเลือกในรูปแบบของไฟฟ้าพลังงานขยะ ไฟฟ้าพลังน้ำ และไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงโครงการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ SAMART มากที่สุดได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2 พันเมกะวัตต์ในประเทศกัมพูชา ถึงแม้ว่าเราจะทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ SAMART ลงจากเดิมเนื่องจากการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ SIM, SAMTEL และ OTO แต่เราเชื่อว่าตลาดจะมองข้ามประเด็นนี้ไปและมุ่งไปยังประเด็นการคาดการณ์ว่า SAMART มีแนวโน้มที่จะชนะและได้งานโครงการโรงไฟฟ้าหลายแห่งในปี 2558 ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญให้กับ SAMART ในอนาคต ทั้งนี้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของเรา ณ ปัจจุบันยังคงไม่รวมมูลค่าเพิ่มจากโรงไฟฟ้าที่ได้กล่าวไปข้างต้น เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ!

ส่องกล้องไตรมาส 4/57—กำไรหลักฟื้นตัวเล็กน้อย YoY

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 ของ SAMART ที่ 340 ล้านบาท ลดลง 5% YoY และ 3% QoQ หากไม่รวมรายการพิเศษในไตรมาส 4/57 ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 ล้านบาทและขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ 72 ล้านบาท กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 409 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 40% QoQ กำไรหลักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย YoY เนื่องมาจากผลการดำเนินงานของสามารถเอ็นจิเนียริ่ง (SE) ที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดดจากการขายกล่องทีวีดิจิตอลและเสารับสัญญาณและกำไรหลักของ SAMTEL ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งคาดว่าจะกลบผลกระทบของกำไรหลักจาก SIM และบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนอื่นๆ ในกลุ่ม SAMART ที่มีแนวโน้มลดลง ส่วนกำไรหลักที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด QoQ เนื่องจากกำไรหลักของทั้ง SAMTEL และ SE ที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด ซึ่ง SE ถือได้ว่าเป็นตัวหนุนกำไรสุทธิรวมของ SAMART ในไตรมาส 4/57 ในขณะที่ SIM ถือได้ว่าเป็นตัวฉุดกำไรรวมในไตรมาสดังกล่าว (ดูรายละเอียดได้ในหน้าที่ 4)

ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557-58 ของ SIM SAMTEL OTO และ SAMART

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิของ SAMART สำหรับปี 2557 ลดลง 7% (เหลือ 1.5 พันล้านบาท) และสำหรับปี 2558 ลดลง 11% (เหลือ 1.71 พันล้านบาท) เพื่อสะท้อนความคาดหวังต่อกำไรสุทธิไตรมาส 4/57 จนถึงปี 2558 ของ SIM SAMTEL และ OTO ที่ลดลงจากเดิม เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของทั้งสามบริษัทดังต่อไปนี้ กำไรสุทธิของ SIM ลดลง 21% ในปี 2557 และ 27% ในปี 2558 กำไรสุทธิของ SAMTEL ลดลง 7% ในปี 2557 และ 8% ในปี 2558 กำไรสุทธิของ OTO ลดลง 29% ในปี 2557 และ 27% ในปี 2558


เราใช้สมมติฐานใหม่ที่ลดลงจากเดิมสำหรับปริมาณยอดขายเครื่องโทรศัพท์มือถือและอัตรากำไรขั้นต้นรวมของ SIM และสมมติฐานใหม่สำหรับการเปิดประมูลโครงการงานภาครัฐที่ล่าช้าออกไปกว่าเดิมในปี 2558 ส่งผลให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ของเราซึ่งประเมินด้วยวิธี sum-of-its-parts (ที่ไม่รวมมูลค่าเพิ่มจากโรงไฟฟ้า) ลดลงอีก 14% เหลือ 29 บาท ซึ่งอิงกับราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2558 ของ SIM ที่ 3.6 บาท SAMTEL ที่ 21.5 บาท และ OTO ที่ 6.8 บาท

คาดโรงไฟฟ้าถ่านหินมีความคืบหน้าในไตรมาส 3/58

โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 2 พันเมกะวัตต์ (โรงละ 1 พันเมกะวัตต์) ในประเทศกัมพูชาคาดว่าจะประกาศพร้อมกับการเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกฟผ.ได้ภายในไตรมาส 3/58 การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 5 ปี และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ภายในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าที่จะเข้าถือหุ้นในสัดส่วนอย่างต่ำ 60% ในโรงไฟฟ้าที่ประเทศกัมพูชาหลังการเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกของสามารถ ยู-ทรานส์ และการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ บริษัทอาจได้ข้อสรุปโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน/พลังงานทางเลือกภายในไตรมาส 2/58 ซึ่งได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว 1 แห่งและโครงการไฟฟ้าพลังงานขยะในต่างจังหวัดอีก 2 แห่ง ณ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อสรุปโครงการไฟฟ้าพลังงานขยะในต่างจังหวัดจำนวน 4 แห่งภายในปี 2558