วิริยะประกันภัยชี้ปีนี้ตลาดคึกคัก

"วิริยะประกันภัย" คาดปีนี้ธุรกิจประกันภัยโต 7% พร้อมกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังตลาดรถฟื้นและกระแสเปิดเออีซีหนุน
นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมประกันภัยในปี 2558 คงกลับมาอยู่ในภาวะคึกคักอีกครั้งโดยคาดการณ์ได้ว่าอุตสาหกรรมประกันภัยในปี 2558 จะเติบโตประมาณ 7% จากนโยบายที่ชัดเจนของภาครัฐ โดยเฉพาะการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่จะมียอดขายภายในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านคันต่อปี รวมไปถึงในปีนี้เป็นการเริ่มต้นเข้าสู่เสรีประชาคมอาเซียน ซึ่งปริมาณการเคลื่อนย้ายของคน และการขนส่งสินค้าข้ามแดนจะมีมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV
ท้ั้งนี้ก่อนหน้านี้เขากล่าวว่า ในปี2558 นี้บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ว่าเบี้ยประกันรับรวมเติบโตเพิ่ม ขึ้น 4-5%
อนึ่ง ผลประกอบการในปี 2557 บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งสิ้น 33,368.29 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.79 % โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันรถยนต์ 30,513.03 ล้านบาท แยกเป็นภาคสมัครใจ 27,556.40 ล้านบาท ภาคบังคับ 2,956.63 ล้านบาท และงาน Non- Motor 2,855.26 ล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันอัคคีภัย 251.02 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 238.10 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 2,366.15 ล้านบาท
"ทิศทางการดำเนินงานของบริษัทยังคงยึดหลักในการดำเนินธุรกิจบนเป้าหมายเดิม รากฐานสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด คือความเชื่อมั่นของลูกค้า คู่ค้า พันธมิตรทางการค้า ตลอดไปถึงพนักงาน ดังเห็นได้จากสถิติการต่ออายุเบี้ยประกันภัยของบริษัทฯ ยังไต่อยู่ในระดับกว่า 80% ขณะที่บรรดาสถาบันการเงินยังให้ความเชื่อมั่นกับบริษัทฯ และเมื่อรวมไปถึงความแข็งแกร่งของพลังตัวแทนในสังกัดที่คอยให้บริการอยู่ทั่วไทยกว่า 8,000 คน ส่งผลให้บริษัทฯ ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 23”
ทั้้งนี้ในปีนี้ บริษัทฯ จะนำเอาโมเดลการให้บริการระบบงานสินไหมแบบอัจฉริยะ หรือ VIB Smart Claimที่ประสบความสำเร็จจากการทดลองในเขตพื้นที่กทม.และปริมณฑลไปใช้ในหัวเมืองหลักตามภูมิภาคต่างๆ
ทางด้านนายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการผู้จัดการได้เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานด้าน Non- Motor ว่า บริษัทฯ จะขยายการให้บริการประกันภัยนอกเหนือจากการประกันภัยรถยนต์เข้าไปสู่ลูกค้าที่บริษัทฯ มีอยู่หลายล้านคนให้มากขึ้น โดยเฉพาะความเสี่ยงหลักที่สำคัญ อาทิ การประกันภัยสุขภาพ ซึ่งนับวันการบริการทางการแพทย์มีการพัฒนามากขึ้น มีต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลก็จะเป็นความเสี่ยงภัยที่สำคัญสำหรับทุกครัวเรือน รวมถึงลูกค้าของบริษัทฯ ทั้งหมดด้วย การประกันสุขภาพที่ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกค้าของบริษัทฯ
ในปีนี้ จากการที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสัญญาค้ำประกันบริษัทที่มีการจ้างบุคลากรและต้องมีสัญญาให้มีผู้ค้ำประกันการทำงานของพนักงานในบางหน้าที่ก็อาจมีความยุ่งยากมากขึ้น บริษัทฯก็มีผลิตภัณฑ์ที่พร้อมให้บริการ ที่เรียกว่า การประกันภัยค้ำจุนลูกจ้าง ซึ่งจะให้ความคุ้มครองกรณีนายจ้างได้รับความเสียหายจากการกระทำของลูกจ้างนั้น จึงเป็นทางเลือกให้กับนายจ้างได้
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายบริการให้ครอบคลุมการประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย เช่น การประกันการขนส่งสินค้า ซึ่งในระยะ 4 ปีที่ผ่านมา การให้บริการของบริษัทฯ ในด้านนี้เติบโตขึ้นกว่า 20 เท่าตัว




