"ณรงค์ชัย" เผย กพช.เห็นชอบให้มีการขยายเวลาเปิดรับข้อเสนอของเอกชนสัมปทานรอบ 21 ออกไปอีก 4 สัปดาห์
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันนี้ ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งประชุมพิจารณาถึงปัญหาการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบ 21 ซึ่งเดิมจะมีการปิดให้เอกชนยื่นขอวันที่ 18 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม จากประเด็นที่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับการเปิดสัมปทานดังกล่าว โดยมีความเห็นทั้งต้องการให้มีการยกเลิกหรือเลื่อนการเปิดสัมปทานรอบนี้ออกไป ดังนั้น เพื่อต้องการให้ปัญหาดังกล่าวได้ข้อยุติ กพช.จึงเห็นชอบกับการให้มีการขยายเวลาการเปิดยื่นสัมปทานออกไปอีก 4 สัปดาห์ หรือ วันที่ 16 มีนาคม 2558 และที่สำคัญวันที่ 20 กุมภาพันธ์จะมีการเปิดเสวนารับฟังความคิดเห็นของฝ่ายตาง ๆ ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการทั้งหมดเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็น โดยงานดังกล่าวจะจัดที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ซึ่งกระทรวงพลังงานขอให้ทุกฝ่ายที่ต้องการแสดงความคิดเห็นเข้าร่วมงานดังกล่าว
ที่ประชุม กพช.ยังได้รับทราบรายงานแนวโน้มสถานการณ์พลังงานปี 2558 พบว่า อัตราการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปี 2557 โดยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะเฉลี่ยอยู่ที่ 53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงจากปี 2557 ซึ่งอยู่ระดับเฉลี่ย 97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือลดลงร้อยละ 45 และอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั้งปี 2558 จะอยู่ที่ 3.79 บาทต่อหน่วย หรือลดลงเฉลี่ยจากปี 2557 ที่อยู่ที่ 3.93 บาทต่อหน่วย ซึ่งปัจจัยดังกล่วาจะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมสามารถมีศักยภาพสูงขึ้นและลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชน
นอกจากนี้ ที่ประชุม กพช.ยังรับทราบรายงานการหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซธรรมชาติ ปี 2558 ซี่งจะส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของไทยในช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะการหยุดซ่อมบำรุงของแหล่งก๊าซในเมียนมาร์ 2 ช่วง คือ ระหว่างวันที่ 11-19 เมษายน 2558 สำหรับแหล่งก๊าซเยดานาและเยตากุน และวันที่ 20-27 เมษายน 2558 ส่วนครึ่งปีหลังจะมีแหล่งผลิตก๊าซเจดีเอบนพื้นที่ร่วมไทย-มาเลเซียจะหยุดซ่อมบำรุงเดือนมิถุนายนและกันยายน ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันว่าได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว โดยเฉพาะการซักซ้อมรองรับแผนฉุกเฉินวันที่ 18 มีนาคม 2558 จะมีการจัดซ้อม นอกจากนี้ ยังจะมีความร่วมมือจากประเทศมาเลเซียให้มีการจัดส่งก๊าซเพิ่มและการใช้น้ำมันเตาผลิตไฟฟ้าแทน ซึ่งเป็น 2 แนวทางรองรับ ปัจจุบันเป็นจังหวะดีที่ราคาน้ำมันเตาถูกลงทำให้แผนดังกล่าวสามารถดำเนินการได้







