วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธปท.ชี้เอกชนออกหุ้นกู้คืนหนี้

“แบงก์ชาติ” เผยยอดสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบปี 57 โต 5% ชี้ผลจากภาคธุรกิจหันระดมทุนผ่านหุ้นกู้-ตลาดทุน นำเงินชำระคืนหนี้แบงก์

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อทั้งระบบของธนาคารพาณิชย์ไทยในปี 2557 มีอัตราการเติบโตที่ 5% ชะลอตัวลงจากปี 2556 ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ 11% การชะลอดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงครึ่งแรกของปี รวมทั้งการส่งออกที่หดตัว และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง

นอกจากนี้ยังเป็นผลจากการที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่มีทางเลือกในการระดมทุนมากขึ้น ทั้งการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการออกหุ้นกู้ โดยนำเงินที่ได้จากการระดมทุนมาชำระคืนหนี้เงินกู้ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ยอดคืนหนี้ที่มีมูลค่าสูงกว่า 5 พันล้านบาทขึ้นไป คิดเป็นมูลค่ารวมถึง 2.07 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1.8% ของสินเชื่อคงค้างทั้งระบบ

“ดอกเบี้ยที่ต่ำ ทำให้ภาคธุรกิจหันระดมทุนผ่านหุ้นกู้กันเยอะขึ้น และนำเงินในส่วนนี้มาชำระหนี้ธนาคารพาณิชย์ ในอนาคตหากดอกเบี้ยยังต่ำอยู่ การออกหุ้นกู้ก็ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ รวมทั้งการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นด้วย จะเห็นว่าที่ผ่านมามีธุรกิจโทรคมนาคมบางแห่งระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ ก็ทำให้สัดส่วนหนี้ต่อทุน (ดี/อี) ปรับลดลง มีฐานะที่ดีขึ้น”นายจาตุรงค์กล่าว

ส่วนแนวโน้มการขยายตัวของสินเชื่อในปีนี้ คงต้องขึ้นกับภาพรวมของเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่จากการสำรวจเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ต่างๆ พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 7% สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัว ซึ่งถ้าดูตัวเลขสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมา ก็เริ่มเห็นภาพการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2557 แล้ว โดยในไตรมาสดังกล่าวมีอัตราการเติบโตแบบไตรมาสต่อไตรมาสอยู่ที่ 2.9% เป็นระดับสูงสุดของปี

สำหรับอัตราส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ณ สิ้นปี 2557 อยู่ที่ 2.15% ทรงตัวจากปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามหากดูตัวเลขของไตรมาส 4 ปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 2.15% เทียบกับไตรมาส 3 ปี 2557 ที่อยู่ระดับ 2.34% ก็ถือว่ามีสัดส่วนที่ลดลง โดยเป็นผลจากธนาคารพาณิชย์ได้เร่งจัดการหนี้ ผ่านการปรับโครงสร้าง หรือตัดขายหนี้บางส่วนออกไป

“โดยปกติแล้วแบงก์พาณิชย์จะมีการจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี ไม่ว่าจะเป็นการขายออก โอนออก ตัดขาย หรือตัดเป็นหนี้สูญ ตรงนี้จึงทำให้ตัวเลขไตรมาส 4 ปรับลดลง” นายจาตุรงค์กล่าว
สำหรับหนี้ที่ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ (เอสเอ็ม) ในปี 2557 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.6% เทียบกับปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 2.4% โดยการเพิ่มขึ้นของเอสเอ็ม ส่วนใหญ่เกิดในสินเชื่อธุรกิจทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจขนาดกลางถึงย่อม (เอสเอ็มอี)

จากข้อมูลของ ธปท. พบว่า เอสเอ็ม ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก โดยเพิ่มจากระดับ 8.67 หมื่นล้าน หรือคิดเป็น 4% ของยอดสินเชื่อในปี 2556 มาอยู่ที่ 1.13 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของยอดสินเชื่อในปี 2557

นายจาตุรงค์ กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของเอสเอ็มดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง แต่โดยภาพรวมไม่น่ากังวล เพราะถือเป็นเรื่องปกติที่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ภาคอุตสาหกรรมอาจชำระหนี้ช้าบ้าง ซึ่งทางธนาคารพาณิชย์เองก็ดูแลอยู่ ส่วนโอกาสที่จะพัฒนาไปเป็นเอ็นพีแอลยังต้องติดตาม

“จริงๆ เอสเอ็ม จะมีลักษณะนี้อยู่แล้ว ถามว่าจะกลายเป็นเอ็นพีแอลหรือไม่ ซึ่งพัฒนาการมันคงไม่ได้เป็นหนึ่งต่อหนึ่งแน่นอน เพราะเวลาเกิดแบบนี้แบงก์ก็จะเข้าไปช่วย ถ้าย้อนไปดูตอนไตรมาส 3 ภาพก็แบบนี้ แต่แบงก์เองมีการจัดการหนี้ ทั้งเรียกเก็บ ทั้งโอน หรือตัดขาย ทำให้เอ็นพีแอลไม่ได้สูง”นายจาตุรงค์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์มีการกันเงินสำรองในระดับสูงต่อเนื่อง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้สัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันเพิ่มขึ้นเป็น 169.4