ยอดขาย เดือน ม.ค.เติบโต เทียบกับรายปี
AP และ PS ยอดขายเติบโตดีกว่ากลุ่ม
เราได้รวบรวมยอดขายของเดือน ม.ค. ของผู้ประกอบการที่เราดูแล 7 แห่งพบว่ามียอดขายโดยรวม 8.7 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 35% YoY สาเหตุจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองส่งผลให้ยอดขายในเดือนม.ค.57 ซบเซา โดยเมือเทียบกับรายเดือน กลุ่มผู้ประกอบการมียอดขายที่ลดลง 12% ส่วนหนึ่งเกิดจากในเดือน ม.ค.ผู้ประกอบการยังไม่เร่งเปิดตัวโครงการใหม่ ประกอบกับเป็นช่วงฤดูกาล โดยมีสัดส่วนของสินค้าแนวราบมากกว่าที่ 67% โดยมีบริษัทที่มียอดขายเติบโตทั้งรายไตรมาสและรายปีคือ AP และ PS ขณะที่ SIRI มีผลกระทบจากยอดยกเลิกของโครงการที่หยุดพัฒนาทำให้มียอดขายฟื้นตัวเฉพาะรายปี
บริษัทตั้งเป้ายอดขายโดยรวมเติบโต 28% YoY
กลุ่มผู้ประกอบการคาดหมายการเติบโตของยอดขายปี 2558 โดยเฉลี่ยที่ 28% อยู่ที่ 2.02 แสนล้านบาท โดยบริษัทที่ตั้งเป้ายอดขายมูลค่าสูงสุดที่ 4.7 หมื่นล้านบาทคือ PS และบริษัทที่คาดเห็นเติบโตมากสุดคือ SIRI สาเหตุจากปี 2557 บริษัทมีการปรับตัวแผนธุรกิจใหม่ เน้นสร้างประสิทธิภาพในการทำกำไรมากกว่าการเร่งตัวยอดขาย มีผลต่อโครงการใหม่ที่เปิดตัวไม่มากโดยมียอดขายในปี 2557 เพียง 8.8 พันล้านบาทโดยตั้งเป้ายอดขายปี 2558 ที่ระดับ 3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปี 2558 มีแผนทำธุรกิจเปิดตัวโครงการใหม่และเร่งสร้างยอดขายเพิ่ม ต่างจาก LH ที่ตั้งเป้ายอดขายทั้งปีเติบโตเพียง 8% สอดคล้องกับการเปิดตัวโครงการใหม่ที่เน้นสินค้าแนวราบเป็นหลัก ขณะที่ PS QH และ LPN ต่างตั้งเป้ายอดขายเติบโตโดยเฉลี่ยที่ 20% ขณะที่เราคาดว่ายอดขายเฉลี่ยของกลุ่มจะเติบโตราว 10-15%
SIRI QH AP อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเด่น
จากการตรวจสอบผลตอบแทนเงินปันผลที่คาดจะเกิดขึ้นของผลประกอบการปี 2557 จากระดับราคาปัจจุบันมี 3 บริษัทที่ยังให้ผลตอบแทนดี คือ AP QH SIRI ซึ่งให้อัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) น่าสนใจคือ SIRI .ให้ผลตอบแทน 4.5% และ QH 4.1% และ AP 3.5% โดยทั้ง 3 บริษัท มีนโยบายการจ่ายปันผลปีละ 1 ครั้งและไม่มีการจ่ายปันผลระหว่างกาล (ยกเว้น AP ที่มีการจ่ายปันผลระหว่างการเป็นหุ้นปันผล) สำหรับในปี 2558 บริษัทที่ให้อัตราผลตอบแทนทั้งปีน่าสนใจมากกว่า 5% คือ SIRI LH และ LPN
เก็งกำไร SIRI LH
เราคาดว่าในระยะสั้นประเด็นเด่นที่น่าสนใจยังคงมาจากผลประกอบการใน 4Q57 ที่จะประกาศภายในสิ้นเดือน ก.พ นี้ โดยมองความเด่นใน 2บริษัทคือ SIRI และ LH สำหรับ SIRI มีความเด่นจากผลประกอบการที่เติบโตมาสุดของปี พรัอมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 4.5% สูงกว่ากลุ่ม ขณะที่ LH น่าสนใจจากผลประกอบการปกติที่เติบโตขณะที่มีบันทึกกำไรจากการขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REIT) จากโครงการ Terminal 21ราว 1.5 พันล้านบาท และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาล 3% สำหรับในระยะยาว เรายังคงแนะนำ SPALI และ LPN จากงานในมือรองรับรายได้ 75% และ 83%ตามลำดับ ซึ่งจะรองรับความเสี่ยงจากการหดตัวลงของยอดขาย อย่างไรก็ดีกลุ่มที่อยู่อาศัยยังมีความเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังในอนาคต คือแรงซื้อที่อาจหดตัวลงตามการเติบโตของภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบางและภาระหนี้ภาคครัวเรือนสูง เราจึงคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด”






