กระทรวงคลัง ชงแผนตั้ง กอช. เข้า ครม. วันนี้ เล็งออกประกาศเพิ่ม 7 ฉบับ ตั้งเป้าปีแรก 5 แสนราย
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง จะนำเสนอ พ.ร.บ.การออมแห่งชาติ(กอช.) เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้(10ก.พ.) หรืออย่างช้าไม่เกินสัปดาห์หน้า เพื่อให้ความเห็นชอบแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมให้สามารถดำเนินการจัดตั้งกอช.ได้
การแก้ไขนั้นจะเพิ่มบทเฉพาะกาลให้รับโอนผู้ประกันตนและเงินของผู้ประกันตนมาตรา 40 กรณีบำนาญ จากกองทุนประกันสังคม มาที่ กอช. พร้อมกับดำเนินการออกประกาศกระทรวงเพิ่มเติม 7 ฉบับ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานของกอช.และเปิดรับสมาชิกได้ วางเป้าหมายในปีแรก คาดว่าจะมีกลุ่มผู้ประกอบการอิสระและแรงงานนอกระบบ ที่ยังไม่มีบำนาญชราภาพ เข้าสู่ กอช.ประมาณ 5 แสนราย
นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงาน กอช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) อยู่ระหว่างเตรียมพร้อมในหลายส่วน ทั้งการพัฒนาและตรวจสอบระบบไอที ระบบทะเบียนสมาชิก เพื่อรองรับการเปิดรับสมาชิก สรรหาเลขาธิการ และเตรียมการด้านบุคลากรของสำนักงานกองทุนปัจจุบันมีพนักงาน 2-3 คน เพื่อสามารถอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนการสมัครสมาชิกและส่งเงินสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง กอช. จะประกาศวันเปิดรับสมัครที่แน่ชัดให้ทราบ
เขากล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีนโยบายจะให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส. )และ ธนาคารกรุงไทย เป็นช่องทางในการรับฝากเงินของสมาชิกกอช. เพราะทั้ง 3 แห่งมีสาขาและเครือข่ายจำนวนมาก เช่น ธนาคารประชาชนของออมสิน และเครือข่ายสหกรณ์ของธ.ก.ส. สามารถรองรับแรงงานนอกระบบที่จะมาอยู่ในระบบของ กอช. ได้ ซึ่งล่าสุดได้มอบนโยบายให้ออมสินไปแล้ว โดยออมสิน จะไปเตรียมระบบให้พร้อม ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมบริหารจัดการนั้น ยังไม่ได้คุยกันในเรื่องนี้
“กอช.จะรับโอนภารกิจในส่วนการดูแลเรื่องกองทุนชราภาพมาจากกองทุนประกันสังคม โดยผู้ประกันตนจะต้องแจ้งความประสงค์โอนมาด้วยความสมัครใจ และไม่เสียประโยชน์แต่อย่างใด เพราะผู้ประกันตนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่อายุเกิน 50 ปี หากย้ายมาเข้าระบบ กอช. ยังคงได้รับคุ้มครองผลประโยชน์100% เท่าเดิม แต่หากผู้ประกันตนกลุ่มนี้ไม่แสดงเจตนาจะมาที่ กอช. สามารถแจ้งความประสงค์ในระยะเวลาที่กำหนดได้ จะได้รับคืนเป็นเงินก้อน”
สำหรับเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบของรัฐบาลในปัจจุบัน กำหนดขึ้นตามช่วงอายุของสมาชิก คือ สมาชิกที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 30 ปี รัฐบาลจะจ่ายเงินสมทบให้ในอัตรา 50% ของเงินสะสมของสมาชิก แต่ไม่เกิน 600 บาทต่อปี สมาชิกที่มีอายุมากกว่า 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี รัฐจ่ายสมทบให้ 80% ของเงินสะสมของสมาชิก แต่ไม่เกิน 960 บาทต่อปี และสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี รัฐจ่ายสมทบให้ 100% ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี
อนึ่งก่อนหน้านี้ ผลการศึกษาของกอช. พบว่า ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกกองทุน คาดว่าจะมีประมาณ 25 ล้านคน เป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร ผู้ใช้แรงงานและแม่บ้าน ที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองให้มีหลักประกันทางสังคมเพื่อการชราภาพอย่างเหมาะสม คาดว่าจะเป็นภาระงบประมาณรัฐบาลปีละ 2 หมื่นล้านบาท ที่รัฐดูแลส่งเงินสมทบให้
ทั้งนี้ กอช.ตั้งขึ้นสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นหลักประกันให้กับแรงงานนอกระบบที่มีอยู่ประมาณ 24 ล้านคน เป็นกองทุนภาคสมัครใจ ผู้ที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกสามารถจ่ายเงินสมทบได้ตั้งแต่ 50 บาท ถึง 1,100 บาท โดยรัฐบาลจะจ่ายสมทบให้ไม่เกิน 100 บาท หลังจากอายุ 60 ปี จะทำให้มีบำนาญเมื่อร่วมกับเบี้ยคนชราที่รัฐบาลจ่ายจะอยู่ที่เดือนละประมาณ 2-3 พันบาท เป็นขั้นต่ำ ขึ้นอยู่กับเงินที่สมทบและอายุของการเป็นสมาชิก








